หน้าเว็บ

วันอาทิตย์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

One Shot : คิทสึเนะคิส (KogiNaki’s Day Special) (KogiNaki)

Title : คิทสึเนะคิส (KogiNaki’s Day Special)
Paring : โคกิทสึเนะมารุ x นาคิกิทสึเนะ
Rated : G



[ จูบยามเช้า ]

เสียงนกร้องแว่วดังกลางฤดูใบไม้ผลิอันอบอุ่นของฮงมารุ แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องลอดผ่านประตูกระดาษเข้ามากระทบกับฟูกที่มีสองร่างนอนกอดซุกกันอยู่

นาคิกิทสึเนะเป็นฝ่ายลืมตาขึ้นก่อนเมื่อตระหนักได้ว่ารุ่งอรุณมาเยือนแล้ว เขาค่อย ๆ ยันร่างเปลือยเปล่าขึ้นจากใต้ผ้าห่ม ขยี้ตาอย่างงัวเงียครุ่นคิดว่าเหตุใดจนป่านนี้ยังไม่ได้ยินเสียงเจื้อยแจ้วของจิ้งจอกน้อยคู่หูเลย

ครั้นหันมองข้างกายจึงนึกขึ้นได้…

เมื่อคืนเขาฝากให้พวกเด็ก ๆ ช่วยดูแลจิ้งจอกน้อยให้นี่นะ

มือเล็กเกลี่ยสัมผัสไปตามกลุ่มเส้นผมสีเงินยาวสลวยอ่อนนุ่ม ขณะริมฝีปากเผลอคลี่เป็นรอยยิ้มบางอย่างอดไม่ไหวยามหวนนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในคืนที่ผ่านมา ทั้งไออุ่นที่มอบแก่กัน ทุกท่วงจังหวะที่สอดประสาน จุมพิต อ้อมกอด แต่ละสิ่งอย่างล้วนแล้วแต่ล้นปริ่มไปด้วยความรักและห่วงหา

ในคืนวิวาห์...

นาคิกิทสึเนะเอื้อมไปหยิบหน้ากาก ทว่าบางสิ่งชะงักความคิดของเขาเอาไว้

จิตวิญญาณดาบของคุนิโยชิหันกลับไปทางคนที่หลับสนิทอยู่ร่วมฟูก ก่อนจะโน้มใบหน้าลงไปชิด ริมฝีปากบางแนบลงกับริมฝีปากที่เผยอหายใจอยู่เป็นจังหวะอย่างแผ่วเบา

“อรุณสวัสดิ์...โคกิทสึเนะมารุ”


[ จูบยามสาย ]

หลังจากรับประทานอาหารเช้าด้วยกันเสร็จเรียบร้อย ดาบทุกเล่มในเรือนต่างก็เข้าร่วมประชุมฟังแผนการทำงานประจำวันจากเฮชิคิริ ฮาเซเบะ ผู้เป็นผู้ช่วยของนายท่าน

วันนี้โคกิทสึเนะมารุและดาบอีกห้าเล่มได้รับเลือกให้ทำหน้าที่ออกสำรวจห้วงเวลาในอดีตกาล ส่วนนาคิกิทสึเนะเป็นหนึ่งในดาบที่ต้องทำเวรเลี้ยงม้า

เสร็จสิ้นการประชุม ฮาเซเบะก็ให้เวลาดาบที่ต้องเดินทางไปผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าอาภรณ์เสียให้เรียบร้อย

จิตวิญญาณดาบจิ้งจอกครวญเดินตามอดีตเจ้าบ่าวกลับห้อง แต่งตัวให้เขาพร้อมสำหรับการเดินทางโดยมีจิ้งจอกน้อยคู่หูเป็นลูกมือคอยช่วยคาบสิ่งของมาส่งให้

“การมีภรรยาเป็นเช่นนี้เองสินะ…” เสียงของโคกิทสึเนะมารุเรียกให้นาคิกิทสึเนะที่กำลังง่วนกับการผูกฮากามะเงยหน้ามอง เห็นสามีวันแรกของตนคลี่ยิ้มอ่อนโยนมองลงมา

“นาคิกิทสึเนะพยายามอย่างหนักเพื่อเตรียมพร้อมในการเป็นภรรยาของท่านโคกิทสึเนะมารุเชียวนะขอรับ-- อุ๊บ!” จิ้งจอกน้อยร้องเอ่ยเสียงแจ้ว จนนาคิกิทสึเนะต้องรีบปิดปากเอาไว้ เพียงแต่คล้ายจะมิทันการณ์ เรียกเสียงหัวเราะจากโคกิทสึเนะมารุได้เป็นอย่างดี

“ข้าดีใจที่ได้ยินเช่นนั้น...นาคิกิทสึเนะของข้า”

คนถูกเผยความลับได้แต่ก้มใบหน้าเรื่อแดงที่มีหน้ากากปกปิดลงงุด ๆ ทำทีหันไปหยิบดาบคู่ใจของสามีมาส่งให้เขารับไปเหน็บข้างเอว แล้วจึงเดินกลับออกมาหน้าเรือน

“ไปก่อนล่ะ…” โคกิทสึเนะมารุหันกลับมา ก้มลงประทับจูบบนริมฝีปากภรรยารักเบา ๆ แทนคำร่ำลา ก่อนจะเดินตามทุกคนในทัพสำรวจไป

นาคิกิทสึเนะได้แต่มองแผ่นหลังของผู้เป็นที่รักจนหายลับไปจากสายตา


[ จูบยามบ่าย ]

เมื่อทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายเสร็จสิ้น นาคิกิทสึเนะก็ใช้เวลาหมดไปกับการนั่งเหม่อลอยอยู่ชานเรือน จิ้งจอกน้อยคอยถามไถ่ด้วยความห่วงใย ซึ่งเขาก็เพียงยิ้มบอกว่าไม่เป็นไร

ไม่เป็นไรจริง ๆ ...แค่คิดถึงสามีสุดที่รักเท่านั้น

นึกแล้วก็ใจหายอยู่เหมือนกัน...เพิ่งเข้าหอกันเมื่อคืนเท่านั้น วันนี้โคกิทสึเนะมารุก็ต้องจากไปเสียแล้ว แม้แค่ไม่กี่ชั่วยาม หากแต่แสนนานในห้วงความคิดของนาคิกิทสึเนะ

“คงเป็นอาการเหงาหงอยของคนเพิ่งแต่งงานกระมัง...นายท่านก็ช่างกลั่นแกล้งเหลือ เพิ่งแต่งงานได้วันเดียวพรากเขาห่างกันเสียแล้ว” เสียงหัวเราะสดใสของสึรุมารุที่แวะเวียนมาพูดคุยกับจิ้งจอกน้อยคู่หูดังแว่ว

“ท่านสึรุมารุเองก็เคยประสบเหตุการณ์เช่นนี้สินะขอรับ!” จิตวิญญาณดาบกระเรียนขาวพยักหน้ารับถ้อย เจ้าตัววิวาห์ไปเมื่อหลายเดือนก่อน ครั้งนั้นคล้ายว่านายท่านก็จะกลั่นแกล้งด้วยการส่งเจ้าบ่าวไปออกรบในเช้าวันหลังเข้าหอทันทีด้วยเช่นกัน

ผิดกันที่จอมดาบอาวุโสเล่มนั้นงอแงยกใหญ่ หัวเด็ดตีนขาดก็ไม่อยากจะห่างกายภรรยา จนอิชิคิริมารุต้องมาลากตัวไป ในขณะที่โคกิทสึเนะมารุซื่อตรงต่อบัญชาของนายท่านกว่ามาก บอกให้ไปก็ไป

บางทีนาคิกิทสึเนะก็น้อยใจเหมือนกัน…

“เอ้า ๆ หน้าบูดแล้วแน่ะ…” สึรุมารุอมยิ้ม ยื่นมือมาจิ้มตรงแก้มที่พองลมอยู่ตั้งแต่เมื่อใดไม่อาจทราบ “น้อยใจที่เจ้าหมาว่าง่ายกับนายท่านมากไปจนเหมือนไม่สนใจเจ้าล่ะสิ”

โดนแทงใจเข้านาคิกิทสึเนะก็แอบสะอึกไปเหมือนกัน

“ทัพสำรวจกลับมาแล้วคร้าบบ!” โชคดีที่เสียงของเหล่าหลานชายตัวน้อยดังขึ้นราวระฆังช่วยชีวิต นาคิกิทสึเนะรีบโค้งหัวขอตัวจากสึรุมารุที่กำลังทำสีหน้าสนุกสนานเต็มที่ รีบเดินไปรับทัพสำรวจที่หน้าเรือน

“กลับมาแล้ว...นาคิกิทสึเนะ” โคกิทสึเนะมารุแย้มยิ้มให้เขาทันทีที่เห็นหน้า จิตวิญญาณดาบจิ้งจอกครวญรู้สึกได้ในทันทีว่าการรอคอยสิ้นสุดลงแล้ว

เขาปลอดภัย

“โอ๊ะ! ประเดี๋ยวเถอะ มันอันตรายมิใช่หรือ!” ร่างเล็กโดดโผเข้ากอดสามีสุดที่รักแน่นจนโคกิทสึเนะมารุสะดุ้งรีบรับเอาไว้แทบไม่ทัน ดาบอาวุโสกว่าเอ่ยดุอย่างไม่จริงจัง แต่อ้อมแขนแกร่งก็กอดกระชับร่างผอมบางไว้แน่น ตอนนี้ขาของนาคิกิทสึเนะไม่ถึงพื้นด้วยซ้ำ กระนั้นเขาก็พอใจเช่นนั้น

“ยินดีต้อนรับกลับ…”

ใบหน้าใต้หน้ากากเงยขึ้น แนบริมฝีปากกับริมฝีปากของเขาอย่างแผ่วเบาเป็นการต้อนรับ โคกิทสึเนะมารุเลิกคิ้วน้อย ๆ ประคองร่างเล็กลงยืนกับพื้นดี ๆ

“นาคิ...เจ้าร้องไห้ด้วยเหตุใด” เสียงทุ้มเอ่ยถาม เกลี่ยหยาดน้ำตาที่รินไหลจากสองดวงตาเรียวอย่างอ่อนโยน

“คิดถึง…” วาจาตอบคำสั้นง่าย ทว่ากลับทำให้โคกิทสึเนะมารุมิอาจกลั้นเก็บรอยยิ้ม เขาดึงร่างเล็กเข้ามาในอ้อมกอด พรมจุมพิตทั่วใบหน้าที่แสนรักใคร่ ก่อนจะถือวิสาสะถอดหน้ากากนาคิกิทสึเนะออกเล็กน้อยเพื่อกดจูบให้แนบสนิท

“ข้าก็คิดถึงเจ้า ภรรยาข้า...ไม่ต้องอดทนแล้วนะ”

จิตวิญญาณดาบจิ้งจอกครวญได้แต่เพียงทำตาปริบ ๆ แล้วค่อย ๆ คลี่ยิ้มออกมาในที่สุด เขาโผเข้ากอดโคกิทสึเนะมารุแน่น ซุกใบหน้าลงกับอกกว้างแกร่ง โดยที่สามีก็สวมกอดตอบไว้แน่น

ไม่ต้องอดทนแล้ว...


[ จูบยามค่ำ ]

“เช่นนั้นข้าน้อยขอตัวไปหาพวกท่านโทชิโร่นะขอรับ ราตรีสวัสดิ์ขอรับท่านโคกิทสึเนะมารุ นาคิกิทสึเนะ!”

“อืม ราตรีสวัสดิ์ เจอกันพรุ่งนี้นะ” โคกิทสึเนะมารุยิ้มให้กับจิ้งจอกน้อยที่โค้งตัวลาแล้วจึงเลื่อนบานประตูปิดเมื่อเจ้าตัวเล็กเดินพ้นไปจากบริเวณหน้าห้องแล้ว

เขาหันกลับไปมองเงาที่ขยับเคลื่อนไปมาอยู่หลังฉากเปลี่ยนเสื้อผ้า ก่อนจะก้าวเท้าตรงเข้าไปหา สอดแขนแกร่งเข้าสวมกอดภรรยาสุดที่รักแน่น

“แต่งตัวนานจริงนะ…” เสียงทุ้มกระซิบข้างใบหูที่ร้อนผ่าวขึ้นเล็กน้อยยามชิดใกล้ มือใหญ่ดึงเชือกที่ผูกร้อยอยู่กับหน้ากากลักษณ์จิ้งจอก ริมฝีปากแนบเข้าข้างแก้มนวล คลอเคลียไล้เรื่อยลงตามปลายคางและลำคอกรุ่นหอม “กำลังเล่นกับความอดทนข้าอยู่หรือ”

นาคิกิทสึเนะใบหน้าแดงเรื่อ พยายามปัดป้องมือที่ซุกซนสอดแทรกเข้ามาตามช่องว่างของอาภรณ์ ทว่าเรี่ยวแรงกลับค่อย ๆ หดหายด้วยสัมผัสไอร้อนที่แนบสนิทกัน

โคกิทสึเนะมารุรวบอุ้มร่างบอบบางกว่าขึ้น พาตรงไปยังฟูกที่ปูเตรียมไว้อย่างเรียบร้อยแล้วประคองวางภรรยาแสนรักลง ตามด้วยร่างของตนที่กักคร่อมเอาไว้

“ข้ารอเวลานี้มานานเหลือเกิน...นาคิ” ปลายนิ้วเกลี่ยไปตามแก้มสีเรื่อแดงอ่อนนุ่ม ขณะสบดวงตาเรียวตรงหน้าด้วยความรัก นาคิกิทสึเนะแย้มรอยยิ้มออกมายามได้ยินเช่นนั้น

“ข้าก็เช่นกัน…” เอ่ยพลางวงแขนก็โอบขึ้นรอบคอคนด้านบนกระชับไว้แน่น

ไม่มีคำพูดใดเพื่อบอกว่าต่างฝ่ายต่างโหยหาคิดถึงกันและกันมากเพียงใดในช่วงเวลาที่หายห่าง มีเพียงริมฝีปากที่โน้มลงประกบแนบสนิทอย่างเงียบงัน และอ้อมกอดที่ประสานแนบชิด

สองร่างขยับเคลื่อนไหวในความมืดแสนอบอุ่น แลกเปลี่ยนความคำนึงหาแก่กันจนตลอดราตรี...

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น