Title : หยาดพิษ
Paring : ทาโร่ทาจิ x จิโร่ทาจิ
Rated : ทั่วไป
หนึ่งหยาดน้ำตารินรดหยดไหล...คลอคลองใสประหนึ่งยาพิษ…
“ท่านพี่! ท่านพี่! ลืมตาขึ้นมา! ลืมตาขึ้นมา! ได้โปรด!”
เสียงตะโกนของจิตวิญญาณดาบจิโร่ทาจิดังสะท้อนก้องทั่วสนามรบ ท่ามกลางสายฝนที่สาดโปรยลงมาไม่ลืมหูลืมตา สองมือเรียวตระกองกอดร่างสูงใหญ่ของผู้เป็นพี่ที่บัดนี้ดวงตาปิดสนิท ไร้ซึ่งการขยับเคลื่อนไหวใด ๆ
ทาโร่ทาจิสิ้นลมไปแล้ว…
จากการแลกชีวิตตนเพื่อปกป้องเขา…
จิโร่ทาจิรู้ดี
ดาบในมือของทาโร่ทาจิบิ่นร้าว ใกล้จะแตกหักไปทุกเมื่อ และยามใดที่ดาบนั้นแหลกสลาย ร่างจิตของพี่ชายก็จะหายไปพร้อมกัน
ทว่ากระนั้นก็ยังคง...
อยากจะยื้อเวลาไว้อีกสักนิด...อยากจะยื้อเวลาเพื่อบอกกับทาโร่ทาจิ ว่าตนรักเขามากแค่ไหน
หากแต่มันไร้ความหมายสิ้นดี
“จิโร่ทาจิ พอเถอะ…” สัมผัสนุ่มนวลแตะลงบนไหล่ จิโร่ทาจิเงยหน้าที่นองน้ำตาขึ้นมองจอมดาบมิคาสึกิ “พี่ชายเจ้า...เขาไม่กลับมาแล้วล่ะ”
...รู้อยู่แล้ว…
“ท่านพี่ของข้า…” ใบหน้างามซุกลงตรงไหล่กว้างที่กรุ่นด้วยกลิ่นสนิมเหล็กของโลหิต จิโร่ทาจิกัดริมฝีปาก กระชับอ้อมกอด สัมผัสกายเนื้อของพี่ชายให้แนบแน่น...แม้กระทั่งเสียงสุดท้ายของคนที่รักสุดดวงใจเขายังมิอาจได้ยิน
จากนี้ไป...ทาโร่ทาจิจะกลายเป็นเพียงความทรงจำ
จะไม่มีอีกแล้ว...คนที่จะคอยดุว่ายามดื่มเมรัยจนไร้สติ คอยเช็ดตัวดูแลยามเมามาย คอยโอบกอดยามหลับใหล คนที่คอยยิ้มแย้ม ลูบหัวเขาอย่างอ่อนโยนตอนที่เหนื่อยล้า
คอย...บอกว่ารักเขามากเพียงใด
พี่ชายเพียงคนเดียว...ได้เลือนหายไปพร้อมกับดาบทาโร่ทาจิที่แตกสลายแล้ว...
-
“จิโร่ทาจิไม่ร่าเริงเหมือนเคยเลยนะ”
มิคาสึกิเปรยขึ้นยามแอบมองจิโร่ทาจิที่เอาแต่นั่งซึมอยู่ในห้องมาหลายวันนับจากกลับจากการรบ เจ้าตัวไม่ยอมกินข้าว เอาแต่ดื่มเหล้าทั้งวัน ทำให้ดาบทั้งหลายในเรือนนึกเป็นห่วง แม้เหล่าเด็กน้อยตระกูลอาวาตะงุจิจะไปชวนเล่นหวังให้ร่าเริงขึ้น แต่จิโร่ทาจิก็เพียงแค่ยิ้มขื่น ๆ และปฏิเสธไป
“เพิ่งเสียพี่ชายแท้ ๆ ไปทั้งคนนี่นะ ให้กลับมาสดชื่นก็คงยาก ถึงจะเป็นจิโร่ทาจิก็เถอะ” โคกิทสึเนะมารุเอ่ยพลางกระชับตะกร้าผักที่เก็บมาจากแปลงให้ถนัด “ถ้าห่วงนักก็เข้าไปคุย...ถ้าเป็นเจ้า จิโร่ทาจิอาจจะยอมพูดด้วยก็ได้”
“ข้าลองแล้ว…” จอมดาบถอนหายใจแล้วส่ายหน้าน้อย ๆ เป็นนัยว่าเปล่าประโยชน์ มือเพรียวได้รูปเลื่อนบานประตูปิดก่อนจะหันกลับไปหาโคกิทสึเนะมารุ “แม่หนูยังไม่กลับมางั้นรึ?”
“ยังเลย...นายหญิงเองก็คงจะเสียใจกับเรื่องทาโร่ทาจิไม่แพ้จิโร่ทาจินั่นล่ะ” ได้ยินดังนั้นมิคาสึกิก็ได้แต่ถอนหายใจ
“น่าสงสารจิโร่ทาจิ...ท่านพี่อยากจะลองคุยดูไหม?”
“โฮ่ย ๆ...ขนาดเจ้าจิโร่ทาจิยังไม่ยอมคุย มีรึจะคุยกับข้า” โคกิทสึเนะมารุโบกมือปัดทันที “ทางที่ดีรอให้นายหญิงกลับมาคุยเองไม่ดีกว่ารึ?”
“กว่าแม่หนูจะกลับมา จิโร่ทาจิไม่แย่ไปแล้วรึ?” มิคาสึกิขมวดคิ้วด้วยความเป็นห่วง “ทั้งพวกน้อง ๆ ของอิจิโกะ ฮิโตฟุริ...ทั้งสึรุมารุ หรืออิมะโนะสึรุงิ ไม่ว่าใครจะเข้าไปคุย ไปปลอบหรือกระทั่งชวนเล่น จิโร่ทาจิก็ไม่ดีขึ้นเลย”
“เรื่องแบบนี้มันก็คงต้องใช้เวลา มิคาสึกิ” จิตวิญญาณดาบจิ้งจอกน้อยเอ่ยพลางตบบ่าจอมดาบผู้น้องเบา ๆ ซึ่งมิคาสึกิก็เพียงแค่พยักหน้าที่หมองหม่นรับ
ไม่ว่าใครก็ล้วนไม่อยากเห็นพวกพ้องต้องเศร้าสลด...หากแต่ครั้งนี้คงหนักหนาเกินกว่าที่จิโร่ทาจิจะทำใจได้จริง ๆ
-
เขาฝัน…
จิตวิญญาณแห่งดาบไม่ควรจะฝัน...หากแต่จิโร่ทาจิก็ยังคงฝัน
ภาพฝันนั้น...คือพี่ชายผู้แสนอ่อนโยนที่จับมือของเขาเอาไว้ โอบกอด นอนหลับอยู่แนบข้าง คอยยิ้มให้ยามลืมตา จุมพิตลงบนหน้าผาก และเอ่ยทักทาย “อรุณสวัสดิ์” ด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลที่สุด
เสียงกระซิบที่แผ่วแว่วเคล้าคลอกับเสียงกรีดกริ่งของเรไรยามค่ำ ยังคงติดตรึงในโสตประสาทมิรู้คลายราวกับริมฝีปากของทาโร่ทาจิมาแนบชิดริมหู
“ข้ารักเจ้า จิโร่”
ทว่าเมื่อตื่นขึ้นมาพร้อมหยาดน้ำตาที่นองใบหน้า...จิโร่ทาจิก็รู้ว่ามันเป็นเพียงความฝันแสนเลื่อนลอยที่ไม่อาจเป็นจริงได้อีกต่อไป...
เช้านี้ในเรือนมีเสียงเอะอะกว่าทุกที จิโร่ทาจิยันตัวลุกขึ้นนั่ง ใช้แขนเสื้อเช็ดน้ำตาที่เปรอะเปื้อนออกก่อนที่จะหันไปมองประตูที่ถูกกระชากเปิดออกคล้ายคนด้านนอกกำลังร้อนรน
“จิโร่ทาจิ มานี่เร็ว!” เป็นโฮตารุมารุที่โผวิ่งเข้ามาดึงแขนเขาให้ลุก จิโร่ทาจิยังคงอ่อนเพลียเกินกว่าจะคิดอะไรออกจึงได้แต่เพียงขยับตัวเดินตามไปอย่างช้า ๆ จนกระทั่งถึงหน้าเรือนที่ทุกคนกำลังรุมล้อมบางสิ่งอยู่
“จิโร่ทาจิมาแล้ว จิโร่ทาจิมาแล้ว!” เหล่าเด็กน้อยโทชิโร่ส่งเสียงเจื้อยแจ้ว ขณะที่อิชิคิริมารุรีบตรงเข้ามาประคองเขาไว้พร้อมกับดุโอดาจิตัวน้อยเบา ๆ
“เดี๋ยวเถอะโฮตารุมารุ จิโร่ทาจิไม่สบายอยู่นะ”
โฮตารุมารุขมวดคิ้วทำหน้ายุ่ง “ก็ข้าอยากให้จิโร่ทาจิได้เจอเจ้านั่นนี่นา!”
“โฮตารุมารุ!”
“จิโร่ทาจิ?”
สิ้นเสียงตวาดดุของอิชิคิริมารุ เสียงคุ้นหูที่ดังขึ้นก็ทำให้จิโร่ทาจิผู้ซึ่งกำลังยืนเหม่ออยู่ชะงักไปก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองภาพเบื้องหน้าให้ถนัด
“...ทาโร่?”
ทาโร่ทาจิในร่างของเด็กน้อยอ่อนวัยยืนอยู่ท่ามกลางเหล่าสหายดาบที่รุมล้อมอยู่ แม้จะยังคงมีใบหน้าที่แสนคุ้นเคย หากแต่ก็มิใช่พี่ชายที่เขารู้จัก ร่างกายก็เล็กจ้อย สีหน้าก็ว่างเปล่า คงจะเป็นเพียงแค่สิ่งที่ยามัมบะกิริ คุนิฮิโระชอบเอ่ยบ่อย ๆ ว่า ‘ของเลียนแบบ’
จิโร่ทาจิเม้มปากแน่น อารมณ์อันมากมายไหลเวียนเอ่อล้นในร่าง ทว่ากลับน่าแปลก...ที่เขาไม่รู้สึกยินดีกับการพบกันครั้งนี้เลย
ไร้ความทรงจำ...ไร้ซึ่งความรักที่เคยมีต่อกัน...ทาโร่ทาจิตรงหน้าเป็นเพียงตุ๊กตาเลียนแบบที่กลวงเปล่า
ไม่ต้องการ…
“อ๊ะ จิโร่ทาจิ!” อิชิคิริมารุร้องเรียกเมื่อถูกจิโร่ทาจิผลักออก ก่อนที่ร่างสูงเพรียวจะเดินหายไปจากตรงนั้น ราวกับไม่อยากจะเห็นทาโร่ทาจิตรงหน้าอีกต่อไป ขณะที่ดาบผู้พี่ในร่างเด็กน้อยเอียงคอด้วยความสงสัย
“ขอโทษที่ทำให้ตกใจนะ ทาโร่ทาจิ...จิโร่ทาจิเพียงแค่ยังอ่อนล้าอยู่นัก ให้เขาได้เตรียมใจเสียหน่อย เดี๋ยวก็คงจะยอมรับเจ้าได้แน่” อิชิคิริมารุหันมาเอ่ย ยิ้มบาง ๆ ให้ทาโร่ทาจิที่เงยหน้าขึ้นมอง “อย่างไรเสีย...เจ้าก็เป็นพี่ชายของจิโร่ทาจินี่นะ?”
-
นั่นไม่ใช่ท่านพี่…
จิโร่ทาจิสาวเท้าเดินเร็วขึ้น ใบหน้าเต็มไปด้วยริ้วความหงุดหงิดเช่นที่ไม่สู้จะมีใครได้เห็นบ่อยนัก หยาดน้ำตาคลอชื้นเปียกในดวงตา แต่เจ้าตัวก็รีบปาดมันออกอย่างลวก ๆ
มิใช่ว่าไม่เข้าใจความหวังดีของนายท่าน...เพียงแค่ว่าทาโร่ทาจิผู้มาใหม่นั้นกลับยิ่งสะท้อนให้เขาเจ็บปวด
ใบหน้าที่ไม่แตกต่างจากท่านพี่เลยแม้แต่นิด หากแต่ภายในกลับเป็นคนละสิ่งอัน ทาโร่ทาจิน้อยนั้นไร้ซึ่งความทรงจำใด ๆ เกี่ยวกับตัวเขา ไร้ความรัก ความคำนึงหา เป็นเพียงตุ๊กตาทาโร่ทาจิที่ตระเตรียมไว้สำหรับรองรับความทรงจำใหม่ ๆ
สิ่งที่เสียไปมิอาจเรียกคืน จิโร่ทาจิรู้ดี...ความจำใหม่ ๆ ที่จะถูกบรรจุลงในตัวทาโร่ทาจิผู้นี้ ไม่มีทางเหมือนกับพี่ชายผู้เป็นที่รัก...และหากไร้ความทรงจำฉันใด ก็หาใช่คนคนเดิมฉันนั้น
ร่างสูงเอนกายแนบกับผนัง ปล่อยเส้นผมสีเข้มโปรยปรกใบหน้า กัดริมฝีปากกักกลั้นน้ำตา มือยกกุมอกที่ปวดร้าวราวกับมีรอยโหว่ข้างใน ดวงใจอันแหลกสลายกำลังกรีดร้อง...อยากจะได้ท่านพี่กลับคืนมา
“จิโร่ทาจิ” จิโร่ทาจิชะงัก ก่อนจะเหลือบมองร่างเล็ก ๆ ที่มาหยุดยืนเบื้องหลัง
“อะไร…” เอ่ยถามเสียงขาดห้วนกว่าทุกที แม้มิได้หันไป แต่เขาก็รู้ว่าเจ้าเด็กน้อยด้านหลังจ้องมองอยู่
“จู่ ๆ ก็เดินหนีมาแบบนั้นไม่ดีนะ” ทาโร่ทาจิน้อยที่อุตส่าห์รีบวิ่งตามมาเอ่ยพลางเงยหน้ามองยังผู้มีศักดิ์เป็นน้องซึ่งในตอนนี้เป็นผู้ใหญ่กว่านัก
“อย่ามาสั่งสอนข้า…” เอ่ยพลางแอบใช้แขนเสื้อซับน้ำตาที่คลอหน่วยก่อนจะดันตัวขึ้นยืนดี ๆ ทาโร่ทาจิเอียงคอมองสงสัยแล้วค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้
“เป็นอะไรรึจิโร่ทาจิ...เจ้ากำลังร้องไห้งั้นหรือ?” เสียงใส ๆ เอ่ยถามราวไร้เดียงสา คำพูดราวกับพี่ชายผู้แสนดีที่กระทบเข้าโสตประสาทของจิโร่ทาจิกลับยิ่งราวกับจุดประกายให้ไฟสุมทรวง แม้ชวนให้หวนคิดถึง ทว่าถ้อยคำที่กระตุ้นความทรงจำเหล่านั้นก็ช่างบาดลึก กรีดแทงในใจไม่จบสิ้น
“จิโร่ทาจิ...หากมีอะไรก็บอกข้าสิ ข้าเป็นพี่ชายของเจ้านะ…”
‘ค่ำคืนนี้...ข้าจักไม่เป็นพี่ชายของเจ้า’
เพี๊ยะะะ!!
ฝ่ามือหนากระทบเข้ากับซีกแก้มของทาโร่ทาจิตัวน้อยอย่างจังเสียงดัง จนร่างเล็กบางล้มกลิ้งไปกับพื้นไม้ชานบ้าน ทาโร่ตัวน้อยยกมือกุมแก้มที่ร้อนผ่าว เงยหน้ามองจิโร่ทาจิที่หอบหายใจมองตอบมาด้วยดวงตาดุร้ายไม่เป็นมิตรอย่างไม่เข้าใจ
“เจ้าไม่ใช่พี่ชายข้า!!!”
เด็กน้อยสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงตวาดนั้น เขาไม่รู้จริง ๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น เหตุใดจิโร่ทาจิถึงต้องโกรธถึงเพียงนั้น ในใจของทาโร่ทาจิสั่นไหวด้วยความหวาดกลัว หากแต่ยังคงพยายามไม่แสดงออกบนใบหน้า
“เกิดอะไรขึ้นน่ะขอรับ!” เสียงของอิจิโกะ ฮิโตฟุริดังขึ้นพร้อมกับร่างที่ถลาเข้ามาประคองทาโร่ทาจิน้อยเอาไว้ เหล่าน้อง ๆ ตระกูลโทชิโร่ยืนล้อมอยู่ข้างหลัง สีหน้าเต็มไปด้วยความตกใจหวาดกลัว คงจะได้ยินเสียงโครมครามเมื่อครู่เลยรีบมาดูเป็นแน่
“จิโร่ทาจิ ท่านทำอะไร?” พี่ชายคนโตของบ้านอาวาตะงุจิขมวดคิ้วเอ่ยถามจิโร่ทาจิที่ยังยืนก้มหน้ากำมือแน่นตัวสั่นระริก เกิดอะไรขึ้น ถึงขึ้นลงไม้ลงมือกันเชียวงั้นหรือ
“เจ้าไม่ใช่พี่ข้า...เจ้าไม่ใช่พี่ชายข้า” เสียงพึมพำทุ้มหวานของโอดาจิผู้น้องดังวนซ้ำไปมาก่อนที่ร่างสูงโปร่งจะหมุนตัววิ่งออกไปจากตรงนั้น ทิ้งทาโร่ทาจิที่ยังตกใจปนงุนงงเอาไว้กับอิจิโกะ ฮิโตฟุริและพี่น้องอาวาตะงุจิ
“มันเกิดอะไรขึ้นหรือขอรับ...ทาโร่ทาจิ?” อิจิโกะประคองทาโร่ตัวน้อยให้ลุกขึ้นยืนดี ๆ พลางเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง ทาโร่ทาจิได้แต่ส่ายหัว
“ข้าไม่รู้...ข้าทำอะไรผิดหรือ?”
สีหน้าของอิจิโกะ ฮิโตฟุริหมองลงเล็กน้อยในทันที...ใช่ว่าเขาจะไม่เข้าใจจิโร่ทาจิเสียทีเดียว แต่หากอธิบายไป จะไม่ยิ่งเป็นการทำร้ายจิตใจทาโร่ทาจิงั้นหรือ ในเมื่อเด็กน้อยมิได้รู้เรื่องราวด้วยเลยแม้แต่นิด
“มันไม่ใช่ความผิดของท่านหรอกขอรับ...ทาโร่ทาจิ” มืออบอุ่นของอิจิโกะ ฮิโตฟุริลูบลงบนศีรษะของทาโร่ทาจิน้อยเบา ๆ พร้อมกับรอยยิ้มบาง ๆ คล้ายจะปลอบโยน “จิโร่ทาจิผ่านอะไรต่อมิอะไรมากนักก่อนที่ท่านจะมาที่เรือน และยังมีเรื่องอีกมากที่พวกข้ายังมิอาจบอกท่านได้หมด รวมถึง…”
ดวงตาของทาจิแห่งอาวาตะงุจิหลุบลง ครุ่นคิดว่าตนควรจะบอกออกไปดีหรือไม่...เรื่องของทาโร่ทาจิคนก่อน
“อิจิโกะ ฮิโตฟุริ?” ทาโร่น้อยเอียงคอมองสงสัย เจ้าของนามกัดริมฝีปากก่อนจะเงยหน้าคล้ายจะเอ่ย ทว่าก็ถูกขัดด้วยเสียงของเฮชิคิริ ฮาเซเบะเสียก่อน
“ทาโร่ทาจิ...นายท่านเรียกเจ้าแน่ะ”
-
“อะไรนะ! ส่งทาโร่ทาจิไปฮนโนจิ!? เจ้านั่นยังเยาว์อยู่เลยนะ นางคิดอะไรอยู่กันแน่!”
เสียงของเหล่าดาบดังขึ้นเซ็งแซ่ทันทีที่ทราบเรื่องจากเฮชิคิริ ฮาเซเบะที่ให้การรับใช้นายท่านอยู่ในตอนนั้น คำพูดที่ก้องดังในห้องโถงเต็มไปด้วยความสับสน ไม่เข้าใจต่อการตัดสินใจของนายท่านตน ฮนโนจิอาจมิใช่เส้นทางยากเย็น แต่สำหรับทาโร่ทาจิที่ยังเยาว์นัก คงมิอาจต้านทานศัตรูที่อยู่ในบริเวณนั้นได้เป็นแน่
“ใครนำทัพไปน่ะ?” โคกิทสึเนะมารุหันไปถามเจ้าจิ้งจอกน้อยคอนโนะสุเกะที่นั่งก้มหน้าหงอยอยู่ คล้ายตกใจกับการกระทำของนายท่านไม่แพ้กัน
“นายหญิงให้ท่านทาโร่ทาจิเป็นนายทัพขอรับ นอกจากนี้สมาชิกในทัพก็มี ท่านโฮริคาวะและท่านยามาบุชิ คุนิฮิโระ ท่านฮากาตะ ท่านโฮเนบามิ และท่านนามาซึโอะ โทชิโร่ ขอรับ”
“ทัพเท่านั้นจะประมือกับโอดาจิในฮนโนจิได้รึ...ทั้งฮากาตะ ทั้งโฮเนบามิ โทชิโร่ก็ยังเยาว์นัก แทบไม่ต่างจากทาโร่ทาจิ นางคงไม่ได้คิดสั้นอยู่หรอกนะ” โชคุไดคิริ มิทสึทาดะกอดอกเอ่ยยามนึกถึงทัพที่นายหญิงส่งออกไปเสี่ยงตาย ก่อนจะหันไปทางคนที่นั่งกอดไหสุราอยู่มุมห้อง ทอดสายตาเหม่อมองท้องฟ้ายามราตรีอย่างเงียบ ๆ
“จิโร่ทาจิ...เจ้าจะไม่พูดอะไรหน่อยรึ?”
ทั้งห้องเงียบกริบลง คล้ายจะรอฟังคำตอบของจิโร่ทาจิ
“ข้ามีอะไรต้องพูดรึ?” เอ่ยโดยมิได้หันมาพลางยกไหสุราตนขึ้นซดดื่ม ริมฝีปากผุดรอยยิ้มบางคล้ายค่อนแคะ ดวงตาคู่งามทอดมองจันทราอย่างเหม่อลอย
“เขาเป็นพี่ชายเจ้านะ ไม่คิดบ้างหรือว่าควรพูดหรือทำอะไรบ้าง” โชคุไดคิริขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจน้อย ๆ กับท่าทางการแสดงออกของโอดาจิตรงหน้า ในขณะที่สีหน้าของดาบอื่นเริ่มมีท่าทางกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเพราะบรรยากาศที่แสนอึดอัด
จิโร่ทาจิหันเสี้ยวหน้ากลับมาพร้อมกับรอยยิ้มบาง ริมฝีปากเผยอเอ่ยเสียงเบา
“เขาไม่ใช่...พี่ชายของข้า”
“กลับมากันแล้ว! กลับมากันแล้ว!” เสียงของอาคิตะ โทชิโร่ดังขึ้นพร้อมกับเสียงตึงตัง ก่อนที่พวกเด็ก ๆ จะเปิดประตูโผเข้ามาในห้อง ทำลายบรรยากาศตึงเครียดให้พอผ่อนคลายลงบ้าง ผู้ที่ทนบรรยากาศไม่ไหวรีบลุกไปต้อนรับทัพสำรวจที่เพิ่งกลับมาถึง โชคุไดคิริถอนหายใจอย่างไม่สบอารมณ์ในทีแล้วลุกไป ในห้องเหลือเพียงมิคาสึกิ มุเนจิกะและจิโร่ทาจิเท่านั้น
มิคาสึกิผ่อนลมหายใจก่อนจะลุกขึ้นไปนั่งลงตรงหน้าจิโร่ทาจิ มือเพรียวแกร่งเอื้อมไปวางบนหน้าตักโอดาจิหนุ่มเบา ๆ
“จิโร่ทาจิ ข้าเข้าใจเจ้านะ เข้าใจว่าเจ้ากำลังเสียใจต่อการตายของพี่ชาย...แต่มันก็ไม่ถูกที่เจ้าจะมีทีท่าเช่นนั้นต่อทาโร่ทาจิที่ไม่รู้อะไรเลย เด็กนั่นยังใหม่ที่นี่ เขาต้องการคนที่ใกล้ชิด คนที่เป็นที่พึ่งให้ได้...หากแม้แต่เจ้าที่มีศักดิ์เป็นดาบผู้น้อง แต่ไม่อาจให้การดูแลได้ แล้วทาโร่ทาจิจะหันไปพึ่งใครกัน?”
“ท่านปู่...ข้าบอกแล้วไง ว่าเด็กนั่นไม่ใช่พี่ชายข้า” จิโร่ทาจิเหลือบปลายหางตามองดาบผู้อาวุโสของเรือน “ข้ากับเจ้านั่นไม่ได้มีความสัมพันธ์ ไม่ได้มีความผูกพันทางความทรงจำใด ๆ ต่อกัน...อีกอย่าง เด็กคนนั้นไม่มีทางมาแทนที่ทาโร่ทาจิ พี่ชายคนเดียวของข้าได้”
มิคาสึกิทอดสายตาน้อย ๆ ยามมองรอยยิ้มของจิโร่ทาจิที่แค่นออกมาคล้ายจะกลบเกลื่อนความทุกข์ตรมในจิตใจ ใช่อยู่หรอกว่าเขาไม่เคยเสียพี่น้องใกล้ชิด หากแต่การสูญเสียสหายดาบที่ร่วมรบกันมานั้น ก็คงไม่ต่างอะไรกับการสูญเสียพี่น้องใช่ไหม?
“จิโร่ทาจิ...หากเอ่ยเช่นนั้น ตอนที่เจ้ามาถึงเรือนนี้แรก ๆ เจ้ากับทาโร่ทาจิที่อยู่มาก่อนก็มิได้มีความผูกพันกันมิใช่หรือ? แต่กระนั้นทาโร่ทาจิก็ยังคอยดูแลเจ้า แทบไม่ให้เจ้าห่างกาย คอยกอดปลอบเจ้า เช็ดน้ำตาให้เจ้ายามร้องไห้ นอนเฝ้าเจ้ายามบาดเจ็บ...แล้วเหตุใด เจ้าจึงทำเช่นนั้นให้ทาโร่ทาจิน้อยไม่ได้เล่า?”
จอมดาบใต้หล้ามองใบหน้างามของจิโร่ทาจิ…
ปรากฏภาพหยาดน้ำตาหยดใสไหลกระทบต้องแสงจันทราเข้าสู่นัยน์ตาจันทร์เสี้ยวอย่างเงียบงัน
-
ราวกับตกอยู่ในห้วงความฝันอันแสนยาวนาน...ทั้งเจ็บปวด เหนื่อยล้า หนักหนาสาหัสไปทั้งร่างกาย แต่ในที่สุดบางสิ่งก็ฉุดดึงทาโร่ทาจิให้ตื่นขึ้นมาจนได้
เด็กน้อยค่อย ๆ ลืมตา เริ่มรู้สึกถึงสิ่งที่พันไว้ตามร่างกายหลายส่วน ไม่ต้องคิดนานนักก็รู้ว่าคงจะเป็นผ้าพันแผลไม่ผิดแน่ มือเล็ก ๆ ยกขึ้นกุมศีรษะตนไว้ ก่อนจะเลื่อนมาลูบผ้าพันแผลที่พันทับดวงตาข้างหนึ่ง ตอนนั้นเองที่โอดาจิน้อยสังเกตเห็นบางสิ่งที่อยู่ข้าง ๆ
“จิโร่ทาจิ...?”
“ตื่นแล้วรึ?” มือเรียวลดไหสุราในมือลงแล้วหันกลับมามอง ทาโร่ทาจิค่อย ๆ หันหน้าไปมองให้ถนัด เห็นภาพจิโร่ทาจิที่นั่งกอดดาบร่างแท้ของตนอยู่ในชุดออกศึกสีราตรี ผมยาวสลวยถูกเกล้ารวบไว้ ใบหน้าถูกเติมแต้มอย่างพอเหมาะลงตัว ดูสวยงามสง่านักหากไม่มีไหสุราให้ขัดตา
“จะออกรบหรือ?”
“อืม…” จิโร่ทาจิพยักหน้า วางไหสุราลงข้างตัวแล้วเลื่อนมือมาลูบหัวเขาเบา ๆ “...ข้าขอโทษที่ก่อนหน้านี้ทำไม่ดีกับเจ้า ทำรุนแรงกับเจ้า แล้วก็พูดจาร้าย ๆ ใส่ ข้าเพียงเสียใจเรื่องของท่านพี่ข้าที่ตายไปก่อนหน้าเท่านั้น”
ทาโร่ทาจิมองใบหน้าของอีกฝ่ายด้วยสีหน้านิ่งงัน กำลังคิดทบทวนตามว่าสิ่งที่เกิดขึ้นตลอดชั่วระยะเวลาวันนี้มีอะไรบ้าง และดูเหมือนว่าเขายังคงจดจำได้ว่าทุกอย่างที่จิโร่ทาจิพูดมาเป็นความจริงทั้งสิ้น
“แล้วข้า...ไม่ใช่พี่ชายเจ้าจริงหรือ?”
“เจ้าไม่ใช่พี่ชายข้า…” จิโร่ทาจิยิ้มบางเอ่ย ทำให้ดวงตาข้างที่ไม่ได้อยู่ใต้ผ้าพันแผลของเด็กน้อยหลุบลงนิด ๆ เหมือนจะผิดหวังในที หากแต่ประโยคต่อมาก็ทำให้เขาชะงักไป
“ไม่ใช่ในตอนนี้”
ดาบผู้มีฐานะเป็นพี่เงยหน้ามอง “แล้วจากนี้ล่ะ...เมื่อข้าแข็งแกร่งขึ้น ข้าจะเป็นพี่ชายเจ้าได้งั้นใช่ไหม?”
จิโร่ทาจิยิ้มบาง ๆ ก่อนจะก้มลงจุมพิตบนหน้าผากกลมมนอย่างแผ่วเบา กดประทับค้างเอาไว้คล้ายจะตราตรึงสัมผัสแสนอบอุ่นและอ่อนโยน ทาโร่ทาจิเบิกตาน้อย ๆ หัวใจเต้นรัวขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ มือเล็กบางกำผ้าห่มของตนแน่นก่อนที่ริมฝีปากหอมกรุ่นจะผละออกไป มือเรียวคว้าดาบและไหสุรา ยันร่างลุกขึ้นยืน
“ก็คงจะได้กระมัง”
“จะไปแล้วหรือ!?” ทาโร่ทาจิฝืนความบอบช้ำบนร่างกายดันตัวลุกขึ้น ดวงตาสีทองตระหนกน้อย ๆ บางสิ่งบางอย่างในใจกำลังร้องบอกว่าเขาไม่อาจปล่อยจิโร่ทาจิไปได้ ร่างสูงยิ้มบาง จับดาบให้ถนัดแล้วก้าวเดินออกจากห้องไปโดยไม่หันกลับมามอง
“ต้องไปแล้วล่ะ...สู่สมรภูมิสุดท้ายของข้า”
น้ำเสียงแสนหวาน กลับขมประหนึ่งยาพิษ...รอยจุมพิตนั้นยังแนบประทับบนหน้าผากที่ร้อนผ่าว หัวใจที่เมื่อครู่ยังเต้นรัวปวดร้าว ราวจะแตกสลายไปตรงนั้น ทาโร่ทาจิยกมือซับน้ำตา พร่ำเพรียกเพียงในใจให้คนที่ปิดประตูห้องและเดินหายจากไปจนไม่หลงเหลือเงา...จงกลับมาโดยไว
-
กลางสนามรบแห้งผาก แดดแรงกล้าแทบแผดเผา จิโร่ทาจิเหวี่ยงดาบ กวาดสะบั้นคออสูรโอดาจิจนหล่นร่วงในครั้งเดียว หยดเลือดแดงฉานสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนตามใบหน้างาม อาภรณ์สีราตรีถูกฉาบย้อมด้วยโลหิต ประหนึ่งค่ำคืนที่จันทราหม่นแสง
รอบกายมีแต่เพียงซากศพ ไม่มีสหายดาบคนใดกล้าที่จะเข้าใกล้ยามเมื่อโอดาจิผู้งดงามอาละวาดไม่ต่างจากลมพายุอันเดือดพล่านรุนแรง มือเรียวยกไหสุราคู่ใจขึ้นดื่มซด แสยะยิ้มบาง ๆ กระชับจับดาบมั่น มองศัตรูที่โถมทัพเข้ามาเบื้องหน้าอย่างไม่จบสิ้น
นี่คือ...สมรภูมิสุดท้าย
รสสุราเมื่อครู่ยังขมฝาดคอ...ความเผ็ดร้อนติดตรึงที่ปลายลิ้นมิรู้คลาย เพียงแค่หยดหยาดเดียว เจือจานไปในน้ำเมา เพียงเท่านี้...อีกแค่ไม่นาน...
...ก็จะได้พบกับท่านพี่ในสรวงสวรรค์แล้วใช่ไหม?
ลาก่อน...นิจนิรันดร์
หนึ่งหยาดพิษรินรดหยดไหล...คลอคลองใสในหยดน้ำตา…