บทที่ ๑๔
『祝宴』
งานฉลอง
หลังแยกจากพวกมิคาสึกิ โคกิทสึเนะมารุก็จับมือพานาคิกิทสึเนะเดินเข้าป่าลึก เด็กสาวเหม่อลอยเล็กน้อยเมื่อนึกถึงท่านพ่อผู้มีร่างกายไม่แข็งแรงนัก ป่านนี้ท่านจะเป็นเช่นไร มิห่วงนางจนร่างกายยิ่งทรุดไปอีกหรือ หากแต่เมื่อมองเจ้าของมือใหญ่ที่จับมือนางไว้ ใจของเด็กสาวก็ไม่นึกอยากแยกจากเขาไปเลยแม้แต่นิด
“เจ้าช้านะ?” ชายหนุ่มหันกลับมายามรู้สึกว่าฝีเท้าของเด็กสาวช้าลงอีก
“ข้าขอโทษ...ข้าเพียงห่วงท่านพ่อ” นาคิกิทสึเนะก้มหน้าเอ่ยเสียงเบา โคกิทสึเนะมารุพ่นลมหายใจน้อย ๆ แล้วโน้มตัวลงช้อนอุ้มร่างบอบบางขึ้นมากอดแนบอก
“อย่ามองโลกในแง่ร้ายสินาคิ ท่านพ่อเจ้าจะต้องปลอดภัย ถ้าหากมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นจริง พวกมิคาสึกิก็ต้องบอกแล้วมิใช่หรือ?” เอ่ยพลางก้มลงจุมพิตบนหน้าผากมนเบา ๆ นาคิกิทสึเนะพยักหน้า “เอาน่า...ไปเล่นน้ำตกเสียหน่อย ทำใจให้สบายเถอะ”
เด็กสาวเงยหน้าขึ้น ลืมความกังวลไปชั่วขณะเมื่อได้ยินเรื่องน้ำตก นางผงกหัวแล้วกระชับกอด เห็นเช่นนั้นโคกิทสึเนะมารุก็ยิ้มบาง ๆ พอคลายใจลงบ้างแล้วอุ้มเมียรักเดินตรงไปยังน้ำตกที่อยู่ลึกเข้าไปในป่า ดวงตาเรียวงามของนาคิกิทสึเนะเป็นประกายขึ้นนิด ๆ ยามชายหนุ่มก้าวเข้ามาหยุดอยู่ด้านหน้าน้ำตกแสนงดงาม
“สวยใช่ไหม?” ร่างสูงยิ้มพลางค่อย ๆ วางนางลงบนโขดหินริมสระน้ำด้านล่างน้ำตก เด็กสาวที่ยังดูตื่นเต้นไม่ตอบอะไรเพียงแค่พยักหน้าหงึกทั้งดวงตาเป็นประกายไม่หาย โคกิทสึเนะมารุหัวเราะแล้วก้มลงจูบกระหม่อมนางอย่างแผ่วเบา นาคิกิทสึเนะเงยหน้ายิ้มบางให้เขาก่อนจะถอดหน้ากากออกสูดหายใจลึกอย่างสดชื่น
“อา...ชักร้อนแล้วสิ เดินทางไปมาเหนื่อยจะแย่ เจ้าอยากว่ายน้ำไหมนาคิ?” โคกิทสึเนะมารุเอ่ยถาม ท่านหญิงน้อยสั่นหัวนิด ๆ
“ข้า...ว่ายน้ำไม่เป็น เจ้าลงเถอะ”
“หืม? เจ้าว่ายน้ำไม่เป็นรึ?” ได้ยินเช่นนั้นโคกิทสึเนะมารุก็ต้องเลิกคิ้วน้อย ๆ แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่านางเคยเป็นนกน้อยในกรงทอง ไม่เคยแม้แต่จะออกไปสัมผัสโลกก็คงไม่แปลกอันใดที่จะเล่นซุกซนเช่นนี้ไม่เป็น “น่าเสียดายนะ…”
“เสียดาย...คงได้แต่นั่งมองเจ้า” เด็กสาวก้มหน้า ยิ้มอย่างเสียดาย ชายหนุ่มเกาหัวนิด ๆ แล้วนั่งยองลงตรงหน้านาง มือใหญ่เลื่อนไปเกลี่ยเก็บเส้นผมสีเงินยาวสลวยที่ปรกอยู่ข้างแก้มนวลอย่างอ่อนโยน
“อย่าทำหน้าเช่นนั้นสิ...เจ้านั่งหย่อนขาเล่นก็ได้ ยังไงข้าก็ไม่ปล่อยให้เจ้าเบื่อหน่ายแน่ นาคิ”
“อื้ม…เจ้าลงเล่นน้ำเถอะ” ได้ยินเช่นนั้นนาคิกิทสึเนะก็ยิ้มออก ริมฝีปากบางประทับจูบข้างแก้มชายหนุ่มอย่างแผ่วเบา โคกิทสึเนะมารุจูบหน้าผากนางตอบก่อนจะรวบร่างเล็กมากอดแน่นอย่างหมั่นเขี้ยว เมื่อพอใจแล้วจึงลุกขึ้นยืนเปลื้องผ้าที่สวมอยู่ออก
“รอข้าตรงนี้นะ อย่าหนีไปไหนล่ะ เข้าใจใช่ไหมนาคิ?” เอ่ยพลางส่งชุดให้นาคิกิทสึเนะรับไปแล้วใช้เชือกรวบผมเอาไว้ เด็กสาวผงกหัวรับคำ ชายหนุ่มยิ้มมอง ใช้สองมือประคองแก้มเด็กสาวให้เงยหน้าขึ้นมาจุมพิตเบา ๆ อย่างรักใคร่ “ถ้าข้าหาไม่เจอ เจ้าจะโดนทำโทษนะ?”
“อื้ม…” แก้มนวลขาวแดงเรื่อเพราะรู้ดีว่าการ ‘ทำโทษ’ ของชายหนุ่มเป็นเช่นไร โคกิทสึเนะมารุหัวเราะก่อนจะหันมองรอบกายว่าปลอดภัยพอที่จะปล่อยให้นาคิกิทสึเนะอยู่คนเดียวได้แล้วจึงหันหลังเดินลงไปในสระ
เด็กสาวขยับกายนั่งให้สบายพลางมองร่างแกร่งที่ค่อย ๆ กลืนหายไปกับสายน้ำ นางจัดแจงพับชุดของสามีแล้วลุกเดินมาริมสระ มือเรียวจับรวบชายผ้าขึ้นนิด ๆ หย่อนขาขาวนวลลงในน้ำเย็นอย่างสบายใจ ดวงตาสีทองเริ่มกวาดมองหาโคกิทสึเนะมารุที่คล้ายจะหายไปนานผิดสังเกต
ทว่าทันใดนั้นเอง ที่นางรู้สึกถึงอะไรที่คว้าจับลงมาบนข้อเท้า หากแต่ยังไม่ทันจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไรร่างบอบบางก็พลันถูกดึงพรวดลงในน้ำอย่างไม่ตั้งตัว
นาคิกิทสึเนะตื่นตระหนก ก่อนที่วงแขนแกร่งจะโอบกอดรอบกายแน่น รั้งไม่ให้จมลึกลงถึงจมูก เด็กสาวหอบหายใจเมื่อพ้นน้ำในที่สุดแล้วจึงเงยหน้ามองค้อนคนขี้แกล้งที่อมยิ้มสบายใจ
“ไม่ต้องกลัวไปหรอกนาคิ ข้าอยู่กับเจ้านี่ไง ข้าไม่ให้เมียข้าเป็นอะไรไปหรอกน่ะ” โคกิทสึเนะมารุหัวเราะ จุมพิตหน้าผากมนอย่างอ่อนโยน
“เจ้าแกล้งข้า…” นาคิกิทสึเนะเอ่ยเสียงเบายังตกใจไม่หาย
“เปล่าสักหน่อย...ให้ข้าเล่นน้ำอยู่คนเดียวไม่ใจร้ายไปหน่อยรึ องค์หญิง?” จิ้งจอกเจ้าเล่ห์ฉีกยิ้มจนเห็นเขี้ยว ปลายจมูกโน้มลงคลอเคลียเรือนผมกรุ่นหอมพลางถีบตัวไปตรงน้ำที่ลึกลงไปอีกนิด ทำให้แขนเรียวของเด็กสาวยิ่งโอบรัดรอบกายเขาแน่นขึ้นด้วยความกลัวเมื่อขาไม่ติดพื้น “ไม่ต้องกลัว...เจ้าจะปลอดภัย ข้าให้สัญญา”
เด็กสาวผงกหัว หน้าแดงนิด ๆ ยามเมื่อรู้สึกถึงทรวงอกใต้อาภรณ์เปียกโชกที่แนบสนิทกับแผงอกเปลือยเปล่า โคกิทสึเนะมารุหลุบตาลงมองแก้มสีเรื่อพลางยิ้มนิด ๆ ก่อนจะก้มลงกดจูบลงบนริมฝีปากอิ่มอย่างแผ่วเบา ท่านหญิงน้อยที่เขินอายเงยหน้าขึ้นรับสัมผัสโดยไม่ต้องบอก ยังความพอใจให้แก่ชายหนุ่มจนต้องกดแรงย้ำลงแนบแน่นอีกและงับดึงริมฝีปากนุ่มนิ่มกระตุ้นอารมณ์
วงแขนเรียวเล็กยกโอบกระชับรอบคอเขา ขณะมือใหญ่เลื่อนกระชับกอด เคล้นคลึงร่างอวบอิ่มใต้อาภรณ์เร่งเร้าอารมณ์กระสันให้ตื่นขึ้นมาจนนาคิกิทสึเนะต้องครางลอดออกมาเบา ๆ กระทั่งพอใจแล้ว โคกิทสึเนะมารุจึงยอมถอนปากแล้วแนบหน้าผากกับนางแผ่วเบา
“อ้อนข้ารึ?” ได้ยินเช่นนั้นเด็กสาวที่หอบหายใจนิด ๆ ก็ต้องก้มใบหน้าแดงเรื่อลงด้วยความเขินอาย ทำเอาชายหนุ่มเผลอหลุดหัวเราะนิด ๆ ด้วยความเอ็นดู “จะมัวเขินอายไปทำไมเล่า เราเป็นผัวเมียกันแล้วนะ?”
จิ้งจอกหนุ่มอมยิ้ม โอบกอดกระชับร่างบอบบางแน่นแล้วพาว่ายขึ้นจากสระ มือใหญ่คว้าเอาชุดคลุมของตนมาปูไว้บนพื้นหญ้าแล้วประคองเมียรักลงนอนพร้อมกับปลดอาภรณ์ที่เปียกโชกออกอย่างรวดเร็วจนเห็นยอดอกสีหวานที่ชูชันราวกับจะเรียกร้องให้สัมผัส ลิ้นร้อนตวัดลงอย่างไม่รีรอขณะนิ้วก็เลื่อนลงสอดแทรกเข้าในกลีบช่องทางนุ่มร้อนเพื่อเตรียมพร้อมรอรับสิ่งที่ใหญ่กว่า
นาคิกิทสึเนะส่งเสียงคราง มือเรียวกำเส้นผมสีเงินของชายหนุ่มไว้หลวม ๆ ขณะบิดร่างไปมาด้วยความเสียวซ่าน โคกิทสึเนะมารุผละริมฝีปาก เลื่อนขึ้นไปจูบแก้มนิ่มอย่างเอ็นดู
“เจ้าหนาวไหม?” เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยถามพลางขยับลงแนบจุมพิตบนลำคอเรียวระหง แล้วตวัดปลายลิ้นเลียกระตุ้นอารมณ์วาบหวาม นาคิกิทสึเนะส่ายหน้า กระชับกอดแน่นมากขึ้นจนปลายเล็บจิกลงกับแผ่นหลังแกร่งอย่างไม่ตั้งใจ ก่อนจะขยับขาแยกออกให้ชายหนุ่มนิด ๆ ให้นิ้วยาวขยับได้สะดวกขึ้น
“ข้า...ต้องการเจ้า…” ดวงตาสีทองปรือเปิด ครางปนหอบมองอีกฝ่ายอย่างอ้อนวอน โคกิทสึเนะมารุแย้มยิ้มกรุ้มกริ่ม เอ่ยกระซิบเสียงเบาข้างหูนาง
“หืม...ไหนพูดสิว่าข้าเป็นอะไรกับเจ้า?”
“เจ้า...เป็นสามีข้า…” เสียงหวานครางเครือตอบ ก่อนจะได้รางวัลมาเป็นนิ้วยาวที่ดันแทรกลึกเข้าในช่องทาง บดขยี้จุดอ่อนไหวจนนางต้องดิ้นพราดไปมา โคกิทสึเนะมารุพรมจูบบนใบหน้างดงามที่ปราศจากหน้ากากปกปิดพลางขยับตัวให้ดี ๆ แล้วจึงแทรกความเป็นชายเข้าในช่องทางที่ร้อนผ่าวจนนาคิกิทสึเนะต้องแอ่นกายรับทันที
ชายหนุ่มรั้งร่างนางโอบกอดไว้แนบแน่นจนทุกส่วนแนบชิดสนิทกัน นาคิกิทสึเนะหายใจเฮือก ซุกลงกับไหล่กว้างรับแรงที่ขยับเข้ามาในร่าง
“โค...โคกิทสึเนะมารุ...ข้าอยาก...ทำอะไรบ้าง”
“เจ้าอยากทำรึ?” โคกิทสึเนะมารุชะงักแรงนิด ๆ ยามได้ยินเสียงหวานเอ่ย ดวงตาสีแดงหลุบมองเมียรักด้วยความประหลาดใจว่าตนหูฝาดหรือกระไร แต่ก็หัวเราะเบา ๆ เมื่อเห็นหน้าแดงก่ำจึงรู้ว่าไม่ได้ฟังผิดไปแต่อย่างใด “เมียข้าช่าง...ลามกเสียจริง”
“อื้ม…” นาคิกิทสึเนะก้มหน้างุดเอ่ยเสียงเบา “ข้าอยากทำให้เจ้ามีความสุขบ้าง...เพราะที่ผ่านมา ข้ามีแต่รับจากเจ้ามาตลอดเลยนี่นา”
“เช่นนั้นเองรึ?” ชายหนุ่มยิ้มอ่อนโยน ริมฝีปากประทับจูบแก้มนวลนิ่มแล้วพลิกกายลงนอน มือจับประคองเอวบางของนาคิกิทสึเนะให้นั่งคร่อมบนตักดี ๆ “เจ้าต้องทำให้ข้ามีความสุขได้แน่นอน นาคิเอ๋ย”
เด็กสาวยิ้มบางเมื่อได้ยินเช่นนั้นแล้ววางมือทาบบนอกชายหนุ่มไว้ “สอนข้าด้วย…”
“นาคิ...เจ้านี่นะ” ได้ยินดังนั้นโคกิทสึเนะมารุก็ต้องเลิกคิ้วน้อย ๆ แล้วหัวเราะอย่างนึกเอ็นดูคนอยากลองแต่กลับทำไม่เป็น ก่อนจะหยัดกายลุกขึ้นนั่งพลางเท้าแขนค้ำกับพื้นด้านหลังไว้ “เอ้า ลองขยับเอวดูซิ”
นาคิกิทสึเนะผงกหัวแล้วค่อย ๆ ขยับเอวอย่างช้า ๆ โดยมีมือใหญ่ช่วยประคองไม่ให้หงายล้มไป ชายหนุ่มส่งเสียงครางต่ำในลำคอ ยามสัมผัสได้ถึงแรงเสียดสีที่บนกายแกร่ง ดวงตาสีแดงเหลือบขึ้นมองใบหน้างดงามของเมียรักที่ขึ้นสีเรื่อจาง ริมฝีปากเล็กเผยอครางหอบแผ่ว ๆ ช่างน่าเอ็นดูเสียจนอดไม่ได้
“นาคิของข้า…” โคกิทสึเนะมารุคำรามต่ำ รวบร่างบอบบางเข้ามากอดแน่นก่อนจะขยับกายเสือกสวนขึ้นไปอย่างอดรนทนไม่ไหว นาคิกิทสึเนะสะดุ้งเฮือก ผวากอดรัดเขาไว้แน่นด้วยความไม่ตั้งตัว ชายหนุ่มแนบริมฝีปากงับเล่นข้างใบหูนิ่ม ๆ พลางกระซิบเสียงพร่าตามจังหวะขยับกาย “เจ้าน่ารักเช่นนี้…จะให้ข้าทนมองเฉย ๆ ได้อย่างไรกัน หืม…”
พวงแก้มนวลพลันแดงจัดขึ้นมาอีกยามได้ยินเช่นนั้น นางซุกหน้าลงกับไหล่กว้าง กระชับวงแขนเรียวเล็กกอดรัดร่างแกร่งของชายหนุ่ม โคกิทสึเนะมารุหัวเราะน้อย ๆ ด้วยความพึงพอใจก่อนจะพลิกร่างนางลงนอน กระแทกกายมอบความเปรมปรีดิ์ให้สาวน้อยอย่างหนักหน่วงไม่หยุดยั้ง
จิ้งจอกเจ้าเล่ห์หลุบสายตามองใบหน้าสีเรื่อที่ชื้นเปียกด้วยหยาดเหงื่อ เพียงได้ยินจังหวะหอบหายใจ เขาก็รู้ดีว่านางชอบมันเพียงไร ยิ่งเพิ่มแรง นาคิกิทสึเนะก็ยิ่งส่งเสียงหวาน ๆ ออกมามากขึ้นเท่านั้น
อิจิโกะ ฮิโตฟุริ เจ้าชายองค์โตผู้แสนอ่อนโยนแห่งอาวาตะงุจิหรือจะสนองความต้องการเบื้องลึกสุดของนาคิกิทสึเนะได้?
คำตอบนั้นหรือ...ไม่มีทางเสียหรอก
โคกิทสึเนะมารุแสยะรอยยิ้ม ก่อนจะอ้าปากกัดเข้าที่ต้นคอนวลขาวที่ยั่วยวนสายตาเขามิรู้เลิกมานาน นาคิกิทสึเนะสะดุ้งจนสุดตัวด้วยความเจ็บยามถูกเขี้ยวคมฝังลึกลงกับเนื้อ ก่อนที่มันจะถูกผ่อนประโลมด้วยลิ้นร้อน ๆ ที่ลากเลียผ่าน มือใหญ่ร้อนจับยกเอวบางขึ้น ขยับกายเข้าใส่ไม่ยั้งแรงด้วยความปรารถนาที่ไม่อาจเก็บงำได้อีกต่อไป ได้แต่ปล่อยให้ร่างขยับเคลื่อนไปตามอารมณ์ที่ชักนำจนเกินจะอดกลั้น จังหวะสอดประสานหนักหน่วงขึ้นทุกการเสียดสี อุณหภูมิจากสองเรือนกายเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนจะกระตุกเฮือกขึ้นยามถึงจุดสุดยอด จนต่างฝ่ายต่างปลดเปลื้องอารมณ์ใคร่ เติมเต็มกันและกันจนปริ่มล้น
“โคกิ...โคกิทสึเนะมารุ” นาคิกิทสึเนะครางเสียงหวานสั่นพร่า กอดเขาไว้แน่นยามปลดปล่อย โคกิทสึเนะมารุหอบหายใจ พรมจูบบนใบหน้าหวานซ้ำไปมาอย่างมิรู้เบื่อ ก่อนจะก้มลงซุกนิ่งอยู่ที่ลาดไหล่เล็กบาง
“นาคิ...เจ้าเป็นเมียข้า...ข้าสัญญาจะไม่มีวันยอมให้ใครมาพรากเจ้าไปจากอก ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตามที”
เด็กสาวเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยยามเมื่อสัมผัสได้ว่าเสียงกระซิบของชายหนุ่มสั่นเครือ มือเรียวยกขึ้นลูบผมชื้นเปียกของเขาเบา ๆ อย่างปลอบโยน
“ข้าก็จะไม่ยอมห่างจากเจ้า…” เอ่ยพลางกดจุมพิตแนบลงข้างขมับเขาอย่างแผ่วเบา “อย่าได้กลัวไปเลย…”
ได้ยินเช่นนั้นโคกิทสึเนะมารุก็สูดหายใจลึก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบสายตานางแล้วยิ้มบางพลางประคองร่างเล็กให้ลุกขึ้นนั่งบนตัก “จริง ๆ เลย...โจรป่าผู้เป็นที่เล่าลือเช่นข้า ยามนี้กลับมาทำตัวเป็นเด็กเล็ก ๆ ให้สาวน้อยเช่นเจ้าปลอบ”
“ไม่เป็นไรหรอก...ก็ข้าเป็นเมียเจ้านี่” นาคิกิทสึเนะแย้มยิ้มอ่อนหวาน ลูบแก้มเขาให้คลายความกังวลใจ โคกิทสึเนะมารุพยักหน้านิด ๆ แล้วกระชับกอดร่างบอบบางแนบอก
“ข้ารักเจ้า...นาคิกิทสึเนะ”
“ข้าก็รักเจ้า…” เด็กสาวยิ้ม กอดตอบเขาแน่นด้วยความรักและโหยหามิต่างกัน ก่อนที่นางจะพลันนึกได้ถึงบางสิ่งที่ทมโบะกิริให้มาพูดจึงเงยหน้าขึ้น
“ฮัดชิ้ว!”
ทว่ายังไม่ทันจะออกปากก็กลับจามออกมาเสียก่อนนี่ จิ้งจอกหนุ่มหัวเราะร่าเมื่อเห็นท่าทางน่ารักของนาง แล้วจึงยอมถอดถอนกายออกมาจากร่างบาง พลางหยิบชุดคลุมมาสวมให้
“ขอโทษทีนาคิ...ข้าก็เผลอลืมไปว่าเจ้าคงหนาวแย่แล้ว” เอ่ยทั้งรอยยิ้มแล้วจุมพิตบนหน้าผากมนอย่างอ่อนโยน นาคิกิทสึเนะถูจมูกนิด ๆ ด้วยความเขินอาย มือกระชับชุดหนาคลุมกายให้อบอุ่นก่อนจะเอ่ยปากต่อจากที่ค้างไว้
“โคกิทสึเนะมารุ...พวกทมโบะกิริถามข้าว่า...จะมีลูกเมื่อไร?”
“หืม…” กลายเป็นโคกิทสึเนะมารุที่ชะงักไปแทน ชายหนุ่มเบิกตานิด ๆ ก้มมองเมียรักที่ถามออกมาอย่างตรงไปตรงมา หากแต่เมื่อเห็นแววตาใสซื่อของนาง เขาก็รับรู้ได้ว่านางเพียงออกปากในสิ่งที่ได้ยินมาจริง ๆ เท่านั้นโดยไม่มีความนัยแอบแฝง ถ้าจะมีอะไรแอบแฝง ก็ไอ้พวกลูกน้องตัวดีของเขานั่นล่ะ…
“ข้าก็เติมเต็มใส่ในตัวเจ้าทุกครั้งเสียด้วยสิ” ชายหนุ่มกลอกตานิด ๆ อย่างลำบากใจเมื่อเห็นนาคิกิทสึเนะเอียงคอสงสัย “พักนี้ร่างกายเจ้าปกติหรือเปล่า?”
“เอ…” เด็กสาวหลุบตาลงครุ่นคิด “ข้าไม่มีรอบเดือน...มาสองสามเดือนแล้ว และบางทีก็พะอืดพะอมเพราะกลิ่นอาหารน่ะ กินได้สักหน่อยก็อาเจียนออก ผิดปกติหรือ?”
โคกิทสึเนะมารุกะพริบตาที่เบิกโตนิด ๆ เหมือนจะกำลังตั้งสติและรวบรวมความคิด ดวงตาสีแดงหลุบลงมองหน้าท้องที่นูนขึ้นมาเล็กน้อย แน่นอนว่าหากไม่เพ่งพินิจดี ๆ จะไม่มีทางสังเกตเห็นเพราะเมียรักตัวเล็กผอมเสียเหลือเกิน
มิน่าเล่า...โซวสะถึงได้ย้ำกับเขาก่อนจะออกจากบ้านครอบครัวซามอนจิมาหนักหนาว่าให้ดูแลนาคิกิทสึเนะดี ๆ พอเขาเถียงไปว่าต้องทำแบบนั้นแน่อยู่แล้ว นางก็ยิ้มตอบกลับมาว่าจะต้องดูแลให้ดีกว่าก่อน
“ข้าว่าบางที...เจ้าคงตั้งท้องเสียแล้ว”
“เอ๋…”
ครานี้นาคิกิทสึเนะเป็นฝ่ายกะพริบตาปริบ ๆ ก้มลงมองหน้าท้องตนแทนบ้าง
“จริงหรือนี่...เจ้ากำลังจะมีลูกให้กับข้าจริง ๆ หรือนาคิ!” ดวงตาที่ตะลึงงันของชายหนุ่มกลับแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นเต้นยินดีเมื่อรู้ว่าเมียรักตั้งครรภ์ก่อนจะโผกอดนางแน่น นาคิกิทสึเนะที่เริ่มได้สติก็ตาเป็นประกายไม่ต่างกัน
โคกิทสึเนะมารุหัวเราะ คลอเคลียแก้มไปกับเรือนผมอ่อนนุ่ม “อา...ข้าตื่นเต้นจริง ๆ นะ...นาคิของข้า ไม่เคยดีใจเท่านี้เลย”
“ข้าก็ด้วย…” นาคิกิทสึเนะหัวเราะน้อย ๆ นางไม่คุ้นชินกับการแสดงออกนัก หากแต่ก็รู้สึกราวกับว่าหัวใจพองโตมากเพียงไร นี่อาจเป็นครั้งแรกที่นางตื่นเต้นดีใจถึงเพียงนี้
“ข้าจะไปบอกข่าวดีกับทุกคน เจ้าพวกนั้นต้องตกใจแน่” โคกิทสึเนะมารุยิ้มบาง มือใหญ่ลูบแก้มเนียนนุ่มของเด็กสาวอย่างอ่อนโยนก่อนจะประคองนางขึ้นอย่างระมัดระวังและช่วยจัดแจงแต่งตัวให้เรียบร้อย
“อื้อ...ทุกคนคงแปลกใจ” ท่านหญิงน้อยหัวเราะ หมุนตัวให้ชายหนุ่มช่วยแต่งชุดได้สะดวก “แล้ว...ท่านพ่อของข้าล่ะ?”
“พ่อของเจ้าจะไม่ดีใจที่จะมีหลานหรือ?” โคกิทสึเนะมารุเงยหน้ามองด้วยความฉงน มือก็ผูกโอบิหลวม ๆ มิให้รัดหน้าท้องนางแน่นเกินไปนักแล้วจึงลุกขึ้นแต่งตัวบ้าง นาคิกิทสึเนะส่ายหัวนิด ๆ
“ท่านพ่อคงไม่รู้ว่าข้าอยู่กินกับเจ้า...ท่านรู้เพียงข้าจะต้องแต่งงานกับอิจิโกะ”
“อีกไม่นานพ่อเจ้าคงทราบเรื่อง” ชายหนุ่มยิ้มพลางก้มลงจุมพิตกระหม่อมนางเบา ๆ พร้อมกับส่งหน้ากากให้สวม ก่อนจะรวบอุ้มร่างเล็กขึ้นมาให้ถนัด “ถึงข้าจะหนีออกจากบ้านมานาน แต่เชื่อว่าน้องชายคงไม่ทอดทิ้งกันเสียหรอก”
“จะไม่เป็นไรใช่ไหม…”
“ไม่เป็นไร...ข้ารับรองได้” โคกิทสึเนะมารุเอ่ยอย่างอ่อนโยนก่อนจะกระชับอ้อมกอด พานางเดินผ่านแนวป่า ตรงกลับไปยังที่ตั้งค่ายลับ เด็กสาวผงกหัวแล้วซุกลงแนบอกเขาพอโล่งใจ มือเรียวลูบหน้าท้องตนอย่างแผ่วเบา
ชายหนุ่มยิ้มบางเมื่อเห็นท่าทางน่าเอ็นดู เขากดจุมพิตลงแนบเรือนผมกรุ่นหอมที่ยังชื้นด้วยเหงื่อและน้ำอยู่จาง ๆ สองเท้าสืบก้าวยาวด้วยเพราะความตื่นเต้นที่จะบอกเล่าข่าวดีกับพวกพ้องของตน นาคิกิทสึเนะทำจมูกฟุดฟิดเล็กน้อยยามได้กลิ่นหอม ๆ โชยมาจากทิศทางที่ตั้งค่าย
“โอ้ กลับมากันแล้ว!” โอเทกิเนะเป็นคนแรกที่ส่งเสียงทักทาย ในขณะทุกคนกำลังก่อไฟย่างไก่ป่าเตรียมมื้อเย็นกันอยู่ “อ้าว ทำไมน้องหญิงเปียกแบบนั้นเล่าลูกพี่!”
“พอดีพวกข้าไปเล่นน้ำกันมาน่ะ” โคกิทสึเนะมารุหัวเราะน้อย ๆ แล้วกระชับอ้อมกอดที่โอบอุ้มเมียรักอยู่แนบแน่น “แต่ว่า...มีข่าวดีกว่านั้น ใช่ไหม นาคิของข้า?”
“อื้ม…” นาคิกิทสึเนะพยักหน้าทั้งรอยยิ้มบาง ๆ เมื่อพวกพ้องโจรป่าได้ยินเช่นนั้นก็ละมือจากการเตรียมอาหาร หันมารอฟังด้วยท่าทางตื่นเต้นไม่ต่างกัน โคกิทสึเนะมารุมองสบตาเด็กสาวก่อนจะประกาศด้วยความภาคภูมิใจ
“นาคิของข้ากำลังมีลูกในท้องล่ะ!”
“โอ้วววว!! จริงเรอะ!?”
“จริงน่ะสิ! พวกเจ้าคิดว่าข้าโกหกหรือไร...นาคิกำลังตั้งท้องอ่อน ๆ น่ารักเสียจริง ๆ” หัวหน้ากลุ่มโจรหัวเราะร่าพลางถูไถคลอเคลียเรือนผมนุ่มนิ่มของเมียรักอย่างมีความสุข ทุกคนเบิกตากว้างก่อนจะส่งเสียงเฮลั่นด้วยความดีใจ
“ยอดไปเลยย! แบบนี้ต้องฉลองเสียหน่อยแล้ว! นิฮงโก! เหล้าของเจ้าล่ะ!”
นาคิกิทสึเนะหัวเราะน้อย ๆ เมื่อเห็นทุกคนกระวีกระวาดไปเตรียมงานฉลอง นางมีความสุขเหลือเกินเมื่ออยู่ที่นี่ ที่ซึ่งทุกคนรักและเอ็นดูนางเสมือนน้องสาว ไม่มีการปฏิบัติที่ยกย่องเป็นท่านหญิงจนดูเหินห่างเหมือนเช่นที่ปราสาท หากแต่กระนั้นก็ให้เกียรตินางอยู่เสมอ
“น้องหญิงอยากกินอะไรรึ?” ทมโบะกิริยิ้มถามอย่างอ่อนโยน ได้ยินเช่นนั้นนาคิกิทสึเนะก็หลุบตาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยตอบ
“ข้าอยากกิน...ไก่แบบที่กินวันก่อน”
“พวกเจ้าได้ยินที่เมียข้าพูดไหม นางอยากกินไก่ หาให้นางกินด้วยล่ะ!” โคกิทสึเนะมารุหัวเราะร่วนแล้วจูบหน้าผากเมียรักเบา ๆ พลางกระชับกอดพานางเข้าไปในกระโจมโดยมีเสียงโห่แซวไล่หลังมาว่าอย่ามัวแต่กกนาคิกิทสึเนะทั้งคืน ให้พานางออกมาฉลองเสียด้วย
ชายหนุ่มประคองร่างบอบบางลงนั่งบนฟูกแล้วก้มลงถอดเสื้อผ้าที่เปียกออกมา นาคิกิทสึเนะหลุบตาลงมองร่างกายเปลือยเปล่าแล้วลูบหน้าท้องที่นูนขึ้นมาเพียงเล็กน้อยเบา ๆ เห็นเช่นนั้นโคกิทสึเนะมารุก็อดยิ้มด้วยความเอ็นดูไม่ได้ ริมฝีปากอุ่นกดจุมพิตบนหน้าผากมน
“เจ้าเช็ดตัวให้แห้งแล้วเปลี่ยนชุดเถอะ ประเดี๋ยวจะไม่สบายเอาได้ ข้าจะเอาผ้าไปตากก่อน” เอ่ยพลางลูบหัวเมียรักเบา ๆ ก่อนจะเดินออกไปข้างนอกเมื่อนาคิกิทสึเนะพยักหน้ารับ
เมื่อจัดแจงผึ่งผ้าผ่อนที่เปียกโชกเรียบร้อย ร่างสูงก็นึกสนุกแอบย่องกลับเข้ามาในกระโจมที่นาคิกิทสึเนะกำลังเปลี่ยนชุดก่อนจะเข้าไปสวมกอดร่างบอบบางจากด้านหลังแน่นทำเอาเด็กสาวสะดุ้งเฮือกขึ้นจนสุดตัว เรียกเสียงหัวเราะจากคนขี้แกล้งที่ได้เห็นปฏิกิริยาดังหวังได้เป็นอย่างดี
“ทำโอบิหลุดมือเชียวหรือ น้องหญิง?” โคกิทสึเนะมารุหัวเราะแซวแล้วหยิบโอบิที่หล่นพื้นขึ้นมาผูกให้เมียรัก ซึ่งนาคิกิทสึเนะก็ส่งสายตาค้อนเขียวใส่เขาที่มาแกล้งให้ตกใจ “หืมม? เดี๋ยวนี้หัดทำค้อนใส่ข้าแล้วรึ ร้ายนะ ประเดี๋ยวจะโดนมิใช่น้อย”
พอหยอกทีเล่นทีจริงเช่นนั้นท่านหญิงน้อยก็สะดุ้งเม้มปากทันที ชายหนุ่มยิ้มบางแล้วยืดตัวขึ้นจูบแก้มนางเมื่อผูกโอบิเรียบร้อย นาคิกิทสึเนะลูบแก้มตนเองพลางทำจมูกฟุดฟิด
“ข้างนอก...หอมจัง”
“อืม เจ้าพวกนั้นคงกำลังใจตั้งทำมื้อฉลองให้กับเจ้าอยู่แน่” โคกิทสึเนะมารุเอ่ยยิ้ม ๆ เด็กสาวหัวเราะเบา ๆ แล้วเงยหน้ามองเขา
“ทุกคนใจดีมาก…” ริมฝีปากเล็กภายใต้หน้ากากขยับแย้มเป็นรอยยิ้มแสนหวาน “ข้าดีใจที่ได้พบพวกเจ้า”
“ให้ตายสิ...เมียข้าน่ารักอีกแล้ว” โจรหนุ่มหัวเราะ ก้มลงคลอเคลียเรือนผมอ่อนนุ่มไปมาด้วยความรักใคร่ “ทำเอาข้าอยากกินเจ้าขึ้นมาเลยเชียว…”
นาคิกิทสึเนะสะดุ้งถอยกรูดทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น
“ยิ่งหนีแบบนั้นยิ่งทำข้าอยาก...เจ้าก็น่าจะรู้นี่นา ใช่ไหมเล่า? นาคิกิทสึเนะ คุนิโยชิ” โคกิทสึเนะมารุหัวเราะร่า ก้าวเข้าไปหมายจะจับตัวเด็กสาวที่หน้าซีดเผือดเตรียมหาลู่ทางหนี
“ลูกพี่...จะกินข้าวเลยหรือจะรอให้เย็นชืด หืม?” เสียงของทมโบะกิริดังขึ้นราวสวรรค์ช่วย นาคิกิทสึเนะรีบมุดใต้ท่อนแขนกำยำที่กำลังจะสวมกอด โผไปหลบหลังร่างสูงใหญ่ที่ยืนยิ้มอยู่หน้ากระโจมพร้อมกับคนอื่น ๆ จนโคกิทสึเนะมารุต้องมุ่ยหน้าน้อย ๆ
“โฮ่ย...ข้ากำลังจู๋จี๋กับเมีย พวกเจ้าก็ชอบมาขัดเสียจริง”
“ก็จู๋จี๋กันทุกเวลาไม่ใช่เหรอ! ไปเถอะ...น้องหญิงหิวแย่แล้วกระมังนี่” ทมโบะกิริหัวเราะเสียงดังแล้วโอบไหล่นาคิกิทสึเนะไปนั่งบนขอนไม้ ล้อมวงรอบกองไฟด้วยกันโดยมีโคกิทสึเนะมารุเดินตามมาด้วยท่าทางเบื่อหน่ายก่อนจะนั่งลงตรงข้างกายท่านหญิงน้อย
“เอาล่ะ ฉลองให้ลูกพี่ น้องหญิง แล้วก็เจ้าหนูในท้องนะ!” โอเทกิเนะหัวเราะแล้วส่งไก่ย่างให้นาคิกิทสึเนะ เด็กสาวค้อมหัวขอบคุณพลางรับมันมาฉีกกินช้า ๆ
“ป้อนข้าด้วยสิ” โคกิทสึเนะมารุเอียงหัวซบลงกับไหล่บางพลางเอ่ยเสียงออดอ้อน นาคิกิทสึเนะยิ้มนิด ๆ แล้วฉีกเนื้อไก่ป้อนใส่ปากเขาอย่างว่าง่าย
“กินเองสิลูกพี่ก็...” โดดานุกิว่า ก่อนจะถูกโคกิทสึเนะเหลือบมองตาขวางจนต้องสะดุ้งรีบหันหน้าไปอีกทาง
“พวกเจ้านี่มัน...แซวได้แซวดีจริง” หัวหน้ากลุ่มโจรส่งเสียงปนรำคาญแต่ก็กลั้วเสียงหัวเราะในลำคอ พลางฉีกเนื้อไก่ป้อนเมียรักที่อ้าปากงับกินอย่างว่าง่ายบ้าง
“แหม...ลูกพี่ ก็พวกข้ามันตัวคนเดียว เห็นลูกพี่อยู่กินกับเมียมันก็มีอิจฉาบ้างสิ” โอเทกิเนะหัวเราะร่วน
“งั้นพวกเจ้าก็ไปหาสักคนสิ จะได้เลิกมาแซวข้าเสียที” โคกิทสึเนะมารุเอ่ยพลางยักไหล่ไม่ยี่หระแล้วหันไปจุมพิตหน้าผากมนและคลอเคลียร่างบอบบางข้างกายไปมา “ใช่ไหม...นาคิ?”
นาคิกิทสึเนะพยักหน้าแล้วหันไปหาพวกพ้องด้วยใบหน้าใสซื่อ “ไม่ต้องเหงานะ…”
“พูดง่ายแต่ทำยากนะ...ลูกพี่นี่ใจร้ายชะมัด ได้เมียน่ารักแบบนี้” ได้ยินเช่นนั้นเหล่าชายหนุ่มก็พลันน้ำตาตกใน หากแต่ก็ต้องกล้ำกลืนความเจ็บปวดและอิจฉาริษยาเอาไว้ภายในเพื่อยิ้มตอบน้องหญิงของพวกตน
เด็กสาวเอียงคอสงสัยเมื่อเห็นท่าทางแต่ละคนดูแปลก ๆ แต่ยังไม่ทันจะเอ่ยถามอะไรก็พลันสะดุ้งแล้วรีบลุกวิ่งไปหลังต้นไม้ โคกิทสึเนะมารุพลอยตกใจรีบคว้ากระบอกน้ำเดินตามไปดูแลลูบหลังลูบไหล่เมียรักที่กำลังอาเจียนอยู่
“เจ้าไหวหรือเปล่า เมียข้า? เอ้านี่น้ำ” ชายหนุ่มถามด้วยความห่วงใย ประคองนาคิกิทสึเนะที่อาเจียนจนหมดมาแนบอกแล้วส่งกระบอกน้ำในมือให้นางก่อนจะโอบร่างเล็กช้อนอุ้มขึ้นมา “แพ้ท้องหนักอยู่มิใช่รึนี่? นาคิ ข้าเกรงเจ้าจะกินอะไรไม่ได้เลย”
“พอกินได้บ้าง...ไม่กินเลยคงไม่ไหว” นาคิกิทสึเนะส่ายหัวน้อย ๆ พลางสวมหน้ากากคืนเหมือนเดิม “ตอนนี้ก็ดีขึ้นแล้ว น่าจะพอกินต่อได้”
ชายหนุ่มมองใบหน้าหวานที่พยายามยิ้มบอกเขาอย่างเป็นห่วงแล้วจึงอุ้มนางกลับมานั่งที่เดิมโดยมีคนอื่น ๆ ถามไถ่ด้วยความห่วงใยไม่ต่างกัน ซึ่งเด็กสาวก็ส่ายหน้าเชิงตอบว่าไม่ได้เป็นอะไร
นาคิกิทสึเนะเอนกายพิงสามีผู้เป็นที่รัก งับกินเนื้อไก่ที่เขาฉีกป้อนให้อย่างเอาใจใส่ ดวงตาสีทองเฝ้าจับจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาชวนฝันแล้วยิ้มบาง ๆ กับตนเอง บรรยากาศรอบกายที่ทุกคนคุยเล่นกันนั้นช่างอบอวลด้วยความสุขสนุกสนานและความอบอุ่นอันเหลือล้น เป็นคราแรกที่นางได้มี ‘ครอบครัว’ อื่นที่นอกเหนือจากท่านพ่อและสึรุมารุ
หากแต่เมื่อนึกถึงอิจิโกะที่ยังตามหาตนอยู่...เด็กสาวก็อดหวาดกลัวขึ้นมาไม่ได้ แม้โคกิทสึเนะมารุจะบอกว่าไม่เป็นไร แต่นางก็ยังอดห่วงไม่ได้อยู่ดีว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับครอบครัวนี้หรือไม่
เด็กสาวหลับตาลง ภาวนาในใจอย่างเงียบงัน…ว่าขออย่าให้เกิดเรื่องร้ายใด ๆ ขึ้นเลย