Title : เรือนจิ้งจอก
Pairing : โคกิทสึเนะมารุ x นาคิกิทสึเนะ / มิคาสึกิ มุเนจิกะ x สึรุมารุ คุนินากะ
Rate : ทั่วไป
Note : ลูก ๆ ของโคกินาคิเป็นสุนัขจิ้งจอก ส่วนลูกของมิกะสึรุเป็นนกกระเรียนค่ะ ถามว่าทำไมไม่เป็นดาบหรือคน...เพราะสัตว์โลกน่ารักไงคะ--- //ซ่อนปุ่มแบน
เป็นยามบ่ายของฤดูใบไม้ร่วงที่อากาศชุ่มฉ่ำเย็นสบาย ตะวันอ่อนซุกซ่อนกายหลังเมฆที่ลอยล่อง ฝนที่ตกเมื่อหัวค่ำวาน ทิ้งไอกรุ่นเย็นเอาไว้ตามผิวดินนุ่มชื้น หากแต่มิฉ่ำแฉะ กลิ่นอายหอมหวนของดอกไม้เดือนสารทลอยละล่องทั่วบริเวณ ยังความสบายใจให้แก่ผองผู้อยู่อาศัย ณ เคหาสน์ของผู้รับใช้เทพเจ้า
โคกิทสึเนะมารุนั่งอยู่ตรงชานเรือนเล็ก ทอดสายตามองเหล่าลูกจิ้งจอกน้อยเลือดเนื้อเชื้อไขกำลังเล่นงับหางกันอย่างสนุกสนาน เสียงร้องเบา ๆ ยามเล่นสนุกดังแว่วเป็นระยะ ร่างกลมตุ้ยใต้ขนสีน้ำตาลทองผลัดกันเกลือกกลิ้งคลุกฝุ่น ช่างเป็นภาพที่แสนจะน่าเอ็นดู
“เอาล่ะขอรับ! นายน้อยทุกท่าน เรียงแถวแล้วตามข้าน้อยมานะขอรับ!” เสียงเจื้อยแจ้วของจิ้งจอกน้อยคู่หูนาคิกิทสึเนะผู้รับหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงดูแลเด็ก ๆ ร้องเรียก เหล่าลูกจิ้งจอกกระโดดโผง ตั้งแถวเป็นระเบียบทันทีอย่างว่าง่าย
ผู้เป็นบิดาเห็นเช่นนั้นก็อดยิ้มไม่ได้ ลูกน้อยทั้งห้าของเขาช่างสุดแสนจะน่ารัก ใครใด ๆ ในฮงมารุเล่าจะมาเทียบเคียงได้...เห็นจะไม่มีเสียหรอก!
“ยิ้มอะไรรึ?” เสียงคุ้นหูดังขึ้นตามมาด้วยร่างนาคิกิทสึเนะที่นั่งลงข้าง ๆ พร้อมกับจานใส่เต้าหู้ทอดที่ได้รับมาจากนายหญิงของเรือน โคกิทสึเนะมารุหัวเราะในลำคอพลางโอบไหล่เมียรักไว้
“ข้ามีความสุขที่ได้เห็นลูก ๆ สุขภาพแข็งแรงมีความสุขดีเช่นนี้ นาคิ...ข้าไม่เคยคิดเลยว่าจะมีวันนี้ ข้ารักเจ้าเสียจริง”
นาคิกิทสึเนะผู้ไม่คุ้นชินกับการมีปฏิสัมพันธ์กะพริบตางุนงง ตามความคิดของสามีตนไม่ค่อยทันนัก แต่ก็พอสรุปความได้ว่า ‘ข้ารักเจ้า’ ...เอ ใช่ไหมนะ?
“อื้ม...ข้าก็รักเจ้า” เอ่ยถ้อยสั้นง่ายดาย หากแต่ย้ำยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เพียงเท่านั้น หัวใจของโคกิทสึเนะมารุก็พองโต วงแขนแกร่งรวบร่างนาคิกิทสึเนะเข้าหา พรมจุมพิตทั่วใบหน้าเนียนที่ปกปิดด้วยหน้ากากอย่างแสนรักใคร่...ลูก ๆ ก็น่ารัก เมียก็น่ารัก มีใครจะโชคดีเท่าเขาอีกไหม~
อีกด้านหนึ่ง จิ้งจอกน้อยทำสีหน้าคิดหนักอยู่ว่าจะปิดตานายน้อยทั้งห้าที่ทำตาแป๋วมองบิดามารดาแสดงความรักกันอย่างไรดี…
ในที่สุดโคกิทสึเนะมารุก็ยอมผละจากนาคิกิทสึเนะ อ้าปากงับเต้าหู้ทอดของโปรดที่เมียรักป้อนให้ราวกับลูกหมาตัวเขื่องแสนเชื่อง ลูกจิ้งจอกเมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรน่าสนใจแล้วก็กลับไปเดินเรียงแถวฝึกระเบียบกันต่อเหมือนเคย
“เจ้าดูสิ...ลูก ๆ เราช่างน่ารักเสียจริง” บิดาผู้แสนภูมิใจยิ้มบางพลางมองลูกน้อย นาคิกิทสึเนะงับเต้าหู้ทอดส่วนของตนพลางพยักหน้านิด ๆ ก่อนจะเหลือบมองท้ายแถวที่มีลูกกระเรียนตัวจ้อยสองตัวมาเดินตามต้อย ๆ อย่างแนบเนียน…
เดี๋ยวสิ ลูกกระเรียน?
“หืม? ลูกของมิคาสึกิรึ?” โคกิทสึเนะมารุก็ขมวดคิ้วสงสัยเช่นกันเมื่อมองตามไปจนเห็น ซึ่งเมื่อบิดาเอ่ยทักเช่นนั้น เหล่าลูกจิ้งจอกก็กระดิกหู หันขวับกลับไปมองลูกกระเรียนน้อยที่สะดุ้งเฮือกอย่างพร้อมเพรียง
“หลงมางั้นหรือ?” นาคิกิทสึเนะเอียงคอมองสงสัย ขณะที่โคกิทสึเนะมารุจับปลายคางคิด
“คงจะอยากเล่นกับลูกเรากระมัง เจ้ามิคาสึกิกับสึรุมารุก็เหลือเกิน ปล่อยลูกออกมาห่างไกลสายตาถึงเพียงนี้ เกิดเป็นอะไรไปจะทำอย่างไรนี่”
ลูกกระเรียนทั้งสองก็คิดอยู่หรอกว่าคงไม่เป็นไรที่ออกมาเล่นที่เรือนของท่านลุง อืม...อย่างน้อยก็คิดแบบนั้นจนกระทั่งถึงตอนที่ลูกจิ้งจอกทั้งห้าทำตาเป็นประกายอยู่ตรงหน้านี่แหละ...
ตอนนั้นเอง ที่สัญชาตญาณความเป็นแม่ (?) ของนาคิกิทสึเนะสัมผัสได้ถึงบางสิ่ง
“โคกิทสึเนะมารุ ข้าว่า...อันตราย”
“นั่น...สินะ” โคกิทสึเนะมารุเองก็รู้สึกได้เช่นกัน หากแต่ก่อนที่ทั้งคู่จะรีบลงไปคว้าเจ้าตัวเล็กแปลกสายพันธุ์ทั้งสองเอาไว้ ก็กลายเป็นลูกน้อยทั้งห้าแตกแถว กระโจนโผเข้าใส่ลูกกระเรียนน้อยที่ตีปีกร้องลั่นด้วยความตกใจ พร้อมกับเสียงกรีดร้องของจิ้งจอกน้อย
“อ๊าา! นายน้อยขอรับบบ!!”
จบสิ้นแล้ว...มิคาสึกิจะว่าอย่างไรล่ะนี่...
โคกิทสึเนะมารุและนาคิกิทสึเนะหน้าซีดเผือด จริงอยู่ว่าดาบจันทร์เสี้ยวผู้งดงามแทบจะไม่เคยแสดงด้านยามโกรธของตนออกมาเลย หากแต่ดาบผู้พี่ก็ไม่นึกอยากจะเสี่ยงจินตนาการภาพว่าเมื่อมิคาสึกิ (และสึรุมารุ) รู้เข้าว่าลูก ๆ ของตนถูกจิ้งจอกจับกินจะมีปฏิกิริยาอย่างไร...ที่แน่ ๆ คือ ไม่อยากจะเห็น
“กระเรียนน้อย~ กระเรียนน้อย พวกเจ้าอยู่ไหน~ ฮะฮะฮะ กระเรียนน้อยที่น่ารักหายไปไหนเสียแล้วนะ”
ซวยละ…!!
โคกิทสึเนะมารุกระโดดพรวดลงจากชานเรือน ตรงเข้าไปหากลุ่มก้อนขนที่มะรุมมะตุ้มเจ้ากระเรียนน้อยหมายจะจับแยกออกมาทันทีโดยมีนาคิกิทสึเนะคอยเป็นห่วงอยู่ห่าง ๆ
เมื่ออุ้มลูกน้อยออกมาได้ตัวหนึ่งด้วยจังหวะหัวใจตุ้ม ๆ ต่อม ๆ ในที่สุดโคกิทสึเนะมารุก็ผ่อนลมหายใจยาวได้อย่างโล่งอกเมื่อเห็นลูกกระเรียนทั้งสองตัวสั่นริกกำลังถูกจมูกชื้น ๆ ดมฟุดฟิดไปมา พวกตัวเล็กของเขาคล้ายจะอยากเล่นกับเพื่อนใหม่ต่างเผ่าพันธุ์ แต่ก็นะ...ลูก ๆ ของมิคาสึกิเพิ่งจะฟักจากไข่เมื่อไม่กี่วันนี่เอง และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่ทั้งเจ็ดได้พบกันเสียด้วย
“ปลอดภัยดี…” ได้ยินสามีตนว่าเช่นนั้น นาคิกิทสึเนะก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกพร้อมกับเจ้าจิ้งจอกน้อยคู่ใจ โคกิทสึเนะมารุยิ้มบางพลางมองลูกกระเรียนทั้งสองที่ค่อย ๆ ขยับตัวเล่นกับพวกลูกจิ้งจอกที่ขยับตัวเข้าซุก ๆ จนดูราวกับเป็นก้อนขนขนาดใหญ่
“เพราะเจ้าแอบหลับ ลูกเลยหายเลยเห็นไหม!” เสียงของสึรุมารุดังขึ้นพร้อมกับเสียงมือ (หรือบางสิ่ง) ที่ฟาดดังเพี๊ยะ ตามมาด้วยเสียงหัวเราะของมิคาสึกิ
“ขอโทษนะขอโทษ เป็นความผิดข้าเอง สึรุของข้า...โอ้ สวัสดี พวกเจ้าเห็นกระเรียนน้อยของข้าไหม? เผอิญข้าเผลอหลับจนลูกข้าหายไปน่ะ ฮะฮะฮะ” จอมดาบจันทร์เสี้ยวแย้มยิ้มทักทายเช่นปกติ โดยมีสึรุมารุยืนเท้าเอวอยู่ข้าง ๆ ด้วยท่าทางกึ่งจะหงุดหงิดกึ่งจะหน่ายใจ
นาคิกิทสึเนะกะพริบตาปริบแล้วชี้ไปกลางกลุ่มก้อนขนที่กองอยู่แทบเท้าโคกิทสึเนะมารุ
“โอ้ ไหนรึ ๆ” มิคาสึกิเดินเข้าไปดูใกล้ ๆ ก้อนขนที่ดูหนาเสียจนมองแทบไม่เห็นกระเรียนน้อย ก่อนจะหัวเราะ “สึรุ เจ้าเห็นลูกของพวกเราหรือเปล่า?”
สึรุมารุเดินตามเข้ามาใกล้พลางเลิกคิ้วมองก้อนขนสีน้ำตาลทอง “คงไม่ใช่ถูกกินไปแล้วหรอกนะ?”
“เจ้าบ้าหรือเปล่าสึรุมารุ ลูกข้าไม่ได้โหดร้ายขนาดนั้นนะ!” โคกิทสึเนะมารุขู่ฟ่อ ก้มลงอุ้มลูกน้อยออกมาอีกตัวจนเห็นลูกกระเรียนน้อยทั้งสองที่ซุกขนนุ่มนิ่มของเหล่าจิ้งจอกอยู่กลางวง สึรุมารุหัวเราะ
“ใครจะรู้ อาจเหมือนข้าตอนเด็ก ๆ ที่เจ้าจ้องจะจับกินก็ได้นะเจ้าหมา!”
“โฮ่ย ๆ มิคาสึกิ! ไม่ดูแลเมียเจ้าเลยรึ หา!” พอนึกคำเถียงไม่ออกก็หันไปลงกับน้องชายตนที่ตอนนี้ก็ยังป้องปากหัวเราะตามวิสัย
“ฮะฮะฮะ พวกเจ้าสองคนอย่าทะเลาะกันสิ เสียบรรยากาศหมดรู้ไหม?”
“ไม่ต้องมาเฉไฉเปลี่ยนเรื่องเลยนะ! ตอนเด็ก ๆ เจ้าจ้องจะงับหัวข้าตั้งหลายที!”
“เจ้าบ้า! กรอดด…”
“ฮะฮะฮะ~”
นาคิกิทสึเนะผู้ซึ่งนั่งสังเกตการณ์เงียบ ๆ มาแต่ต้นถอนหายใจยาวยามมองสามีตนและกระเรียนแสนรักของเจ้าจันทร์เสี้ยวทะเลาะจิกกัดกันเหมือนเช่นทุกคราที่พบหน้า โคกิทสึเนะมารุแยกเขี้ยวแง่ง หงุดหงิดเสียจนขนฟูพองเมื่อเอาชนะไม่ได้เหมือนเคย ขณะที่สึรุมารุก็แลบลิ้นล้อเลียนอย่างเหนือกว่า
ในที่สุด จิตวิญญาณดาบจิ้งจอกก็กระฟัดกระเฟียดเดินกลับมานั่งชานเรือนแล้วกอดเอวเขา ซุกหน้าถูไถไหล่เล็กไปมาดั่งจะออดอ้อนให้ปลอบโยน นาคิกิทสึเนะหันมอง กลอกตาคิดหนึ่งตลบว่าควรจะทำอย่างไรดีก่อนจะลูบหัวสามีตนเบา ๆ
“โอ๋...โอ๋”
ขณะนั้น เหล่าลูกจิ้งจอกก็เดินเตาะแตะไปหาสึรุมารุ จ้องด้วยดวงตาเป็นประกาย ระหว่างที่มิคาสึกิย่อตัวลงอุ้มลูกกระเรียนน้อยทั้งสองมากอดแนบอก
“โฮ่ย ว่าไงเปี๊ยก…” กระเรียนขาวก้มลงทักทายก่อนจะเลิกคิ้ว “อะไรเรอะ? อยากให้อุ้มหรือไง หืม? เจ้าคงไม่กัดข้าเหมือนพ่อเจ้านะ?”
วงแขนขาว ๆ กอดรวมอุ้มจิ้งจอกน้อยทั้งสามขึ้นมา เจ้าตัวเล็กกระดิกหางดีใจพลางมุด ๆ ซุก ๆ อกสึรุมารุกันใหญ่ ปล่อยให้บิดามารดาตนปลอบโยนกันไปไม่สนใจ
โคกิทสึเนะมารุเหลือบมองลูกน้อยสุดรักสุดหวงทรยศกันอย่างไม่ไยดีแล้วมุ่ยหน้า “สึรุมารุทำข้าอารมณ์เสียเลย” แขนแกร่งกอดกระชับเอวเล็กกว่า ถูไถศีรษะไปมาเหมือนกับเด็กน้อยงอแง
“ไม่เป็นไรนะ...ไม่เป็นไรนะ” โดยมีนาคิกิทสึเนะคอยลูบหัวปลอบโยน พร้อมกับลูกน้อยที่ปีนไต่ขึ้นไปใช้อุ้งเท้าตบ ๆ ปุปลอบบิดาตนช่วยอีกแรง
“อา...รู้แล้วน่า” ลูก ๆ ทำแบบนี้บางทีพ่อก็อยากจะร้องไห้…
“โอ้ น่ารักดีแฮะ เหมือนเจ้านะนาคิกิทสึเนะ แต่ไม่เหมือนเจ้าเลยสักนิด เจ้าหมา!” จนแล้วจนรอด เสียงกวนประสาทของสึรุมารุที่กอดจิ้งจอกน้อยทั้งสามก็เรียกให้จิ้งจอกตัวโตต้องหันไปขู่แง่งอีกรอบ
“ถ้าลูก ๆ เหมือนข้า...กระเรียนน้อยของพวกเจ้าไม่รอดแน่!”
“โฮ่ย ๆ! ห้ามยุ่งกับลูกข้าเลยนา ดีแล้วที่เจ้าเปี๊ยกพวกนี้เหมือนนาคิกิทสึเนะ” สึรุมารุร้อง พลางประคองจิ้งจอกน้อยในอ้อมแขนที่หลับไปเมื่อไหร่มิอาจทราบมาวางไว้ตรงชานเรือน โคกิทสึเนะมารุค่อย ๆ ผละจากเมียรัก เอื้อมมือไปลูบหัวลูกน้อยเบา ๆ ปากก็เอ่ย
“ข้าไม่อยากจะต่อล้อต่อเถียงกับเจ้าแล้ว” สึรุมารุแอบคิดในใจว่าเถียงไปก็แพ้เลยไม่อยากเถียงใช่ไหมล่ะ “นี่ก็บ่ายแก่แล้ว ถึงเวลาที่เด็ก ๆ ควรนอนกลางวันได้แล้วนะ”
“นั่นสินะ...ลูก ๆ ข้าก็ด้วย” กระเรียนขาวเอ่ยพลางหันไปมองลูกน้อยที่หลับใหลอยู่ในอ้อมกอดของมิคาสึกิ “ขอบคุณที่ช่วยดูแลลูก ๆ ข้านะ”
“ข้าไม่ได้ช่วยดูแลหรอก...นาคิต่างหาก” โคกิทสึเนะมารุเกาท้ายทอยพลางเหลือบยิ้มมองนาคิกิทสึเนะที่เอียงคอคล้ายจะบอกว่า ‘ก็เป็นเจ้ามิใช่หรือที่ดูแลเด็ก ๆ’
“ฮ่า ๆ ก็ขอบคุณนาคินั่นล่ะ!” สึรุมารุหัวเราะแล้ววิ่งกลับไปเคียงข้างมิคาสึกิที่แย้มยิ้มบาง
“เช่นนั้นพวกข้าขอตัวก่อนนะท่านพี่ นาคิกิทสึเนะ”
“อืม...อย่าเผลอหลับจนลูกหนีออกจากบ้านอีกล่ะ” โคกิทสึเนะมารุยิ้มมองดาบผู้น้องที่โบกมือลาก่อนจะจับมือสึรุมารุเดินกลับเรือนไป นาคิกิทสึเนะเอียงตัวมาพิงไหล่เขา ปล่อยให้มือใหญ่ยกขึ้นลูบหัวอย่างเอ็นดู
“เราก็พาลูก ๆ เข้านอนกันเถอะ” เอ่ยพลางประทับจุมพิตบนเรือนผมสีเงินอ่อนนุ่มของเมียรักแผ่วเบา นาคิกิทสึเนะพยักหน้าแล้วยิ้มบาง ๆ
“อืม...ไปกัน”
เป็นยามบ่ายของฤดูใบไม้ร่วงที่อากาศชุ่มฉ่ำเย็นสบาย ตะวันอ่อนแย้มกายจากกลีบเมฆ ฉาดฉายแสงสว่างลอดผ่านใบไม้อาบไล้ไปตามผิวดินนุ่มที่เริ่มแห้ง ความอบอุ่นเดือนสารทโอบล้อมทั่วบริเวณ กล่อมเกลาผองผู้อยู่อาศัย ณ เคหาสน์ของผู้รับใช้เทพเจ้า...
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น