หน้าเว็บ

วันอังคารที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

One Shot : ค้อน กรรไกร กระดาษ (HizaHige / HigeHiza)

Title : ค้อน กรรไกร กระดาษ
Pairing : ฮิซามารุ x ฮิเงคิริ / ฮิเงคิริ x ฮิซามารุ
Rate : PG-13
Note : Dark x Violence


ค้อน...พิพากทัณฑ์…
คนทำผิดต้องถูกลงโทษ


กรรไกร...ตัดสะบั้น…
คนขี้โกงต้องโดนหั่นทิ้ง


กระดาษ...บางแสนบาง…
คนอ่อนแอต้องแบกรับกรรม


ค้อน...กรรไกร...กระดาษ…
ค้อนทุบกรรไกร
กรรไกรตัดกระดาษ
กระดาษห่อค้อน


ค้อน - กรรไกร - กระดาษ
จงหันหน้าให้ถูกทาง…
มิเช่นนั้นระวังคอจะบิ่น


ค้อน / กรรไกร / กระดาษ
คนแพ้ต้องกลืนเข็มแสนเล่ม


ค้อน กรรไกร กระดาษ
พี่จะตัดขาเจ้า


““เป่ายิ้งฉุบ! หันไปทางนั้น! เป่ายิ้งฉุบ! เสมองั้นเหรอ! เป่ายิ้งฉุบ! หันไปทางนั้น!””


“น้องชายแพ้แล้ว!”


“พี่ท่านเปลี่ยนทางชี้ ขี้โกงนี่นา!”


เสียงหัวเราะใสแจ๋วดังกังวานอยู่ในสวนนอกเรือนโบราณ จิตวิญญาณดาบสองพี่น้องตัวน้อย ๆ ในชุดซุยคังเปลี่ยนจากการเล่นเป่ายิ้งฉุบมาเป็นไล่จับกันยามเมื่อน้องชายไม่ยอมรับคำตัดสิน กวดตามพี่ชายที่วิ่งหนีพลางอมยิ้มอารมณ์ดี


“มาคุระงามิแพ้พี่แล้ว ต้องทำตามสัญญาด้วยนะ” ซุนนาชิเอ่ยยิ้ม ๆ เมื่อกลับมานั่งพักกันตรงชานเรือนพลางลูบหัวน้องชายที่กำลังจิบน้ำให้หายเหนื่อยอยู่


“พี่ท่านอยากให้ข้าทำอะไรหรือ?” เด็กชายเงยหน้า ฉีกยิ้มกว้างจนเห็นสองเขี้ยวน้อย ๆ ซุนนาชิยกมือขึ้นแตะปลายคางทำสีหน้าครุ่นคิด


“อยากให้มาคุระงามิเป็นเด็กแบบนี้ตลอดไป” พี่ชายหันมายิ้มหวาน มาคุระงามิได้ยินดังนั้นก็เลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ


“เหตุใดหรือพี่ท่าน? เหตุใดอยากให้ข้าเป็นเด็กตลอดไป” เสียงใสถามซื่อไร้เดียงสา ซุนนาชิหัวเราะคิกคักแล้วเอื้อมมือไปลูบหัวน้องชายสุดที่รักเบา ๆ


“พี่จะได้ดูแลเจ้าได้ตลอดไปไงล่ะ”


มาคุระงามิเบิกตาเป็นประกายก่อนจะพยักหน้าหงึกรับคำ...หากเป็นสิ่งที่พี่ท่านต้องการ จะอะไรเขาก็ทำให้ได้ทั้งนั้น


กลิ่นหอมรื่นของพรรณไม้เจือจานไปในนาสิกประสาท เหลือเพียงกลิ่นควันแสบจมูก สายลมเย็นที่พัดต้องกายค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นไอร้อนผ่าวแผดเผา หยาดเหงื่อจากการเล่นสนุก กลับกลายเป็นเหงื่อกาฬยามมองสบสายตาคู่นั้น


ซุนนาชิยิ้มแย้มอ่อนหวาน ชักดาบร่างต้นของตนออกอย่างใจเย็นขณะก้าวเดินตามเขามาช้า ๆ น้ำเสียงนุ่มนวลเอ่ยถ้อยเดิมซ้ำไปมาอย่างปลอบประโลม


“ไม่เป็นไรนะ...เด็กดี แค่พริบตาเดียว ไม่เจ็บหรอก”


“พี่ท่าน...ข้ากลัว” มาคุระงามิสะอื้นบอกพลางกระถดตัวถอยหลังด้วยความหวาดหวั่น ซุนนาชิเอื้อมมาจับแขนเขากำเอาไว้แน่น เด็กชายสะดุ้ง พยายามจะแกะมือข้างนั้นออก แต่กลับพบว่าพละกำลังของคนเป็นพี่ชายมหาศาลอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน


“เด็กดี ไม่ต้องกลัวนะ…” ซุนนาชิโน้มตัวลงมาจูบหน้าผากเขาเบา ๆ ก่อนจะผละออกนิด ๆ ยิ้มมองใบหน้าของน้องชายที่เต็มไปด้วยน้ำตาและน้ำมูก “แค่ชั่วกะพริบตาเท่านั้น เจ้าไม่เจ็บหรอก เหมือนเล่นค้อน กรรไกร กระดาษไงล่ะ?”


“อื้อ...” มาคุระงามิสะอื้นฮัก พยักหน้าแม้หวาดกลัวเต็มที พี่ท่านบอกว่าหากไม่ทำเช่นนี้ คนผู้นั้นจะ...แต่เมื่อถึงเวลาเขากลับอ่อนแอ ตื่นตระหนก ขาดสติจนเผลอวิ่งหนีมา ทำให้พี่ท่านต้องเหนื่อยมาไล่ตาม


“เอาล่ะ มาคุระงามิ คราวนี้เจ้าจะแพ้พี่อีกไหมนะ?” ซุนนาชิยิ้มน้อย ๆ น้องชายกายสั่นเทา ยกมือขึ้นเตรียมพร้อม พยายามบอกตัวเองไว้เสมอ...หากเป็นสิ่งที่พี่ท่านต้องการ จะอะไรเขาก็ทำให้ได้ทั้งนั้น


“เป่ายิ้งฉุบ...หันไปทางนั้น”


“อ๊าาาาาาาาา!!!”


เสียงโหยหวนกลืนหายไปในความเงียบงัน ยามรู้สึกตัวขึ้นอีกครั้ง มาคุระงามิก็นอนซมอยู่ในผ้าห่ม มีโทโมคิริผู้เป็นพี่ชายคอยดูแลไม่ห่างแม้สักนาที


“ดูสิ...มาคุระงามิเล่นซนจนได้เรื่องเลยนะ” โทโมคิริยิ้มบาง มือลูบแก้มที่ร้อนผ่าวเพราะพิษไข้ของน้องชายเบา ๆ มาคุระงามินั้นแม้จะอ่อนล้าเต็มทีแต่ก็ยังคงพยายามยิ้มตอบ “มาคุระงามิน่ะยังเด็ก ต้องให้พี่คอยดูแลตลอดเลยนะ”


“อื้อ…” เสียงของเด็กน้อยแหบแห้งอ่อนแรง น้ำตาคลอออกมาตามขอบตา มือเล็ก ๆ กุมมือพี่ชายไว้แน่น “ข้า...ทำได้ดีแล้วใช่ไหม? เป็นผู้ใหญ่ขึ้นนิดหน่อยแล้วใช่ไหม?”


รอยยิ้มของโทโมคิริกระตุกบิดเล็กน้อยยามได้ยินเช่นนั้น มือเรียวขยับมาลูบแก้มมาคุระงามิอย่างอ่อนโยน


“มาคุระงามิน่ะ...เป็นเด็กแบบนี้ก็น่ารักดีออก...นะ?”


ใบหน้างดงามของพี่ชายในดวงตาไหวระริกค่อย ๆ ลบเลือนไปเมื่อฮิซามารุรู้สึกตัวตื่นขึ้นในกลางดึกของค่ำคืนที่เย็นฉ่ำด้วยสายฝนฤดูใบไม้ร่วง


ท่ามกลางเสียงของสัตว์น้อยที่ประสานคลอไปกับเสียงคร่ำครวญของฟากฟ้า ชายหนุ่มยันร่างเปลือยลุกขึ้นนั่ง หันมองพี่ชายที่ยังหลับสนิทอยู่ข้างกายด้วยความเหน็ดเหนื่อยจากการร่วมรักแล้วยิ้มบาง ๆ ก่อนจะหันกลับมามองร่างกายตัวเอง มือเลื่อนลงลูบท่อนขาที่วางราบอยู่กับฟูกอ่อนนุ่ม


ความเจ็บปวดที่หลงเหลือจากความฝันเลือนหายไปแล้ว ตอนนี้เหลือเพียงความอิ่มเอมใจที่ได้กลับมาอยู่กับพี่ท่านอีก...แม้พี่ท่านจะจำชื่อเขาไม่ได้ก็เถอะ


“น้องชาย...นอนไม่หลับหรือ?” เสียงหวาน ๆ เรียกให้ฮิซามารุหันไปมองอีกครั้ง เมื่อเห็นฮิเงคิริกำลังขยี้ตางัวเงียก็อดหัวเราะเบา ๆ ไม่ได้


“ข้าตื่นเพราะฝันน่ะพี่ท่าน…”


“ฝันร้ายหรือ? มานี่มา” ฮิเงคิริเอ่ยพลางลุกขึ้นนั่งแล้วยกมือโอบคอเขาลงนอนตักที่เปลือยเปล่า ฮิซามารุเบิกตาหน้าแดงน้อย ๆ เพราะไม่ทันตั้งตัว หากแต่ก่อนจะได้ออกปากค้านสิ่งใด มือนุ่มของพี่ชายก็ทาบลงบนศีรษะ ขยับลูบปลอบโยนอย่างแผ่วเบา


“โอ๋นะ...โอ๋ ๆ”


ฮิซามารุนึกอยากเถียงไปว่าตนไม่ใช่เด็กน้อยให้มาคอยโอ๋แล้ว แต่ความละมุนนุ่มของบรรยากาศก็ทำให้ชายหนุ่มเลือกที่จะเงียบแล้วหลับตาลง


พี่ชายสุดที่รักของเขา...น่ารักเช่นนี้จะไม่ยอมยกให้ใครทั้งนั้น...เพราะฉะนั้น ไม่ว่าอะไรที่พี่ท่านต้องการ เขาก็ทำให้ได้ทั้งสิ้น


ขอเพียง...พี่ท่านยังคงอยู่กับเขา...ยังดูแลและรักเพียงแต่เขา...เท่านั้นก็พอ

ฮิเงคิริลูบหัวน้องชายตัวน้อยแสนรักอยู่จนกระทั่งหลับสนิทไปบนตัก มือเรียวเลื่อนไปขยับดึงผ้าห่มที่คลุมครึ่งร่างกายแกร่งช่วงล่างออก ทอดมองท่อนขาสั้นกุดเพียงเข่าของฮิซามารุด้วยสายตาอิ่มเอม ปลายนิ้วไล้ไปตามแก้มที่อ่อนนิ่มอย่างเด็กชายวัยเยาว์


“มาคุระงามิเอ๋ย...คุโมะคิริมารุ...โฮเอมารุ...อุสึมิโดริ…ไว้มีเวลา มาเล่นค้อน กรรไกร กระดาษกันอีกนะ” เสียงหวานกระซิบผิวแผ่ว ดวงตาอ่อนโยนทอดมองใบหน้ายามหลับใหลของน้องชายตัวน้อยบนตัก รอยยิ้มแสนสุขผุดพรายขึ้นบนใบหน้างดงาม


“ฮิซามารุของพี่...เจ้าน่ะ เป็นเด็กเช่นนี้ตลอดไปดีแล้ว…”


ค้อน กรรไกร กระดาษ
หากเจ้าจะเติบโตจากพี่ไป

พี่จะ - ตัดขา - เจ้า

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น