Title : ขบวนแห่เปลวเพลิง
Paring : มิคาสึกิ มุเนจิกะ x สึรุมารุ คุนินากะ
Rate : ทั่วไป
ราตรีนี้...มีขบวนแห่
นกกระเรียนสีขาวสลับดำตีปีกร่อนกายลงริมฝั่งน้ำที่ส่องสว่างด้วยโคมไฟสีส้มอมแดงยาวเป็นสาย ทอดไกลออกมาจากเมืองที่อยู่ห่างออกไป มันย่างเท้าก้าวไปตามแนวตลิ่งดิน จนหยุดชะงักเพราะเห็นร่างหนึ่งยืนอยู่ไม่ห่าง
ร่างของบุรุษเรือนผมสีขาว ในอาภรณ์สีขาวสะอาดตา ยามอาบไล้ด้วยแสงจันทร์ทอประกายก็ยิ่งขับให้ช่างดูแสนงดงาม ด้ามดาบเหน็บเอวส่องแสงสะท้อน วาววาบเช่นหนึ่งมณีเลอค่า นัยน์ตาสีทองเหม่อมองดวงไฟที่ไหวไปมาอยู่ในโคมกระดาษยามลอยล่องไปตามลำน้ำ
คล้ายรับรู้ว่าถูกดวงตาสีน้ำตาลดำกลมโตจ้องมอง ร่างนั้นจึงหันกลับมา พร้อมกับคลี่รอยยิ้มส่งให้
“โย่! เจ้าเองก็มาชมขบวนแห่รึ น่าประหลาดใจจริง”
เสียงนั้นร้องทักทาย พลางร่างที่ดูผอมบางใต้อาภรณ์หนาก็ก้าวเข้ามาหา เพียงแต่น่าแปลก ที่เจ้ากระเรียนกลับไม่มีความรู้สึกตื่นตระหนก มันแค่ยืนนิ่งเช่นนั้น
จนมือของมนุษย์มาสัมผัสลงบนศีรษะและขยับลูบอย่างอ่อนโยน ก่อนที่เจ้าตัวจะย่อตัวนั่งลงขัดสมาธิเคียงข้าง ทอดดวงตาสีทองมองลำน้ำที่ส่องสว่างด้วยแสงจากเปลวไฟดังเดิม
“งดงาม...ใช่ไหม”
เจ้ากระเรียนหันไปมองมนุษย์ที่อยู่เคียงข้างแล้วหลุบลงมองตราที่อยู่บนชุดของชายคนนั้น ซึ่งมีรูป...ของเผ่าพันธุ์ตนอยู่
“หืมม...สนใจรึ?” คนผมขาวหัวเราะเมื่อโดนจงอยปากแข็งจิกเคาะลงบนตราของตน มือเลยขยับมันขึ้นให้สหายใหม่ได้มองเห็นชัดเจน “เหมือนเจ้า...ใช่ไหมเล่า”
เขาเอ่ยยิ้ม ๆ พลางวางมือทาบลงบนแต้มแดงบนศีรษะของมันอย่างแผ่วเบา
“และเหมือนข้าด้วย…”
“สึรุมารุ”
ขณะเจ้ากระเรียนกำลังมองใบหน้าขาวเนียนตรงหน้า อีกเสียงก็ดังขึ้นจากเบื้องหลังเจ้าของนาม จนมันต้องชะโงกมองข้ามไหล่เขาไป เห็นเป็นชายในอาภรณ์สีน้ำเงินเข้มสง่างามผู้มีรอยยิ้มลึกลับปรากฏบนใบหน้า กำลังก้าวเลียบฝั่งน้ำมาหา
“มิคาสึกิ!” เจ้าของนามสึรุมารุคลี่ยิ้มกว้างทันทีที่เห็นใบหน้านั้นชัด ๆ
“โอ้ ดูสิ...เจ้ามีสหายใหม่เสียด้วย” พอหยุดยืนเคียงข้างแล้ว มิคาสึกิก็หัวเราะน้อย ๆ โน้มกายลงวางมือทาบบนแต้มแดง ลูบศีรษะเจ้ากระเรียนเบา ๆ “มาชมขบวนแห่งั้นซี เด็กน้อยเอ๋ย”
ดวงตาสีดำกลมโตเลื่อนขึ้นมองชายตรงหน้า จนเห็นดวงเนตรที่มีภาพของจันทร์เสี้ยวอยู่ภายใน
มิคาสึกิยืดตัวเต็มความสูง หันกลับไปหาสึรุมารุที่ข้างกายพลางจรดปลายจมูกลงกับหน้าผากขาวมนอย่างนุ่มนวล ก่อนจะเลื่อนสายตาไปมองธารน้ำส่องสว่าง
“น่าจะถึงเวลาแล้วหรือเปล่า” บุรุษจันทร์เสี้ยวเอ่ยถามขึ้น พลอยทำให้ดวงตาสีทองของสึรุมารุหลุบลงเล็กน้อย สะท้อนแววโศกขึ้นชั่วพริบตาหนึ่งให้เจ้ากระเรียนได้เห็น
“นั่นสินะ…”
ร่างชุดขาวหันกลับมาหากระเรียนน้อยข้างกาย ก่อนจะยิ้มบาง มือลูบลงบนหัวของมัน ไล่ไปตามลำคอยาวจนถึงปีกอ่อนนุ่ม พร้อมกับแว่วกระซิบแผ่วเบา
“ไปได้แล้วล่ะ…”
ดวงตาของนกกระเรียนกะพริบช้า ๆ ยามสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดแผ่วจางในน้ำเสียงของมนุษย์เบื้องหน้า แต่มันก็ขยับถอยออกมาแล้วสยายปีกออก พาร่างโผบินไปตามแนวลำน้ำ ราวมีแสงโคมไฟนำทาง
ราตรีนี้...มีขบวนแห่…ขบวนแห่โคมไฟ
เพื่อส่งเหล่าดวงวิญญาณของผองนักรบที่สิ้นใจในมหาสงคราม
สึรุมารุทอดสายตามองตามหลังกระเรียนตัวนั้นไป ก่อนจะหลับตาลงช้า ๆ พลางมือก็จับประสานกับมือของมิคาสึกิเอาไว้
เจ็บปวด หากแต่ปราศจากน้ำตาใดให้แก่ ‘คนผู้นั้น’
“เจ้าเก่งมากแล้ว...กระเรียนน้อยของข้า” มิคาสึกิเอ่ยอย่างอ่อนโยนแล้วโอบกอดเด็กน้อยที่กำลังแสดงความเข้มแข็งอย่างนุ่มนวลอ่อนโยน “หมดห่วงแล้วใช่ไหม”
“อื้ม…” สึรุมารุขานรับ ก่อนจะคลี่ยิ้มบาง มือยกขึ้นทาบลงกับแขนแกร่งกว่า “ขอบคุณนะ มิคาสึกิ”
รอยยิ้มของจันทร์เสี้ยวคลี่ออกมา พลางวงแขนก็กระชับอ้อมกอด ทอดมองเหล่าโคมไฟนับร้อยที่ไหลลอยไปตามลำน้ำ ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา
นำพาวิญญาณอันไม่จีรังของมวลมนุษย์...ไปสู่สัมปรายภพ
พร้อมกับกระเรียนตัวนั้น
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น