บทที่ ๕
『西からの音信』
ข่าวคราวจากตะวันตก
“มิคาสึกิ ตื่นหรือยัง...โอ้ ตื่นแล้วงั้นรึ?”
“อิชิคิริมารุ! มาได้จังหวะเลย! ข้ามีเรื่องอยากให้เจ้าช่วยอยู่พอดี”
นายท่านของปราสาทที่เปิดประตูออกมาพอดีกับที่อิชิคิริมารุเดินมาหยุดตรงหน้าห้องแย้มยิ้มสดใส จนที่ปรึกษาคู่บ้านเมืองยังต้องขมวดคิ้วมุ่นด้วยความประหลาดใจกับท่าทางอารมณ์ดีผิดปกติ
“มีเรื่องอะไรที่ทำให้เจ้าร่าเริงได้ถึงเพียงนี้รึ?” แม้จะน่าแปลกแต่ก็เป็นเรื่องน่ายินดีกระมัง อิชิคิริมารุตัดสินใจมองข้ามลางสังหรณ์แปลก ๆ เมื่อครู่แล้วยิ้มถาม มิคาสึกิพยักหน้าหงึกอย่างกระดี๊กระด๊า
“ข้าพบหญิงสาวที่อยากแต่งงานด้วยแล้วล่ะ!”
“...เอ๊ะ?”
อิชิคิริมารุยิ้มค้าง หูอื้อตาลายไปทั้งอย่างนั้น อ้อ จริงด้วยสิ...นี่เขาคงยังฝันอยู่ใช่ไหม? เช่นนั้นมันก็ถึงเวลาที่เมียรักควรจะมาปลุกเขาได้แล้ว...เดี๋ยวนี้เลยยิ่งดี
“อิชิคิริมารุ! รีบจัดงานแต่งงานให้ข้าภายในวันนี้เลยนะ!” มิคาสึกิไม่ทันสังเกตใบหน้าที่ซีดเผือดลงของที่ปรึกษา เอ่ยต่อไปอย่างอารมณ์ดี “สึรุจะต้องงดงามมากแน่ ๆ ในชุดเจ้าสาว แขกเหรื่อจะมาจากทั่วทุกสารทิศ และมันจะเป็นงานแต่งงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในใต้หล้า…!”
“มิคาสึกิ! เดี๋ยวก่อน! หยุด ๆๆ !” อิชิคิริมารุรีบยกมือห้าม “ที่ผ่านมาหลายปีมีหญิงสาวมากมายที่ถูกส่งมาเป็นบรรณาการ แต่เจ้าไม่เคยนึกสนใจ แล้วจู่ ๆ จะมาตกลงปลงใจกับกระเรียนขาวงั้นรึ!? มันเกิดอะไรขึ้น!”
“เกิดความรักขึ้นอย่างไรล่ะ!”
ท่านพ่อท่านแม่ของมิคาสึกิ...ไยพวกท่านจึงเลี้ยงลูกมาอย่างตามอกตามใจจนเสียคนเช่นนี้ ที่ปรึกษาแห่งซังโจถึงกับยกมือบีบขมับด้วยความเครียด หวนนึกถึงเมียหนึ่งลูกสองที่รออยู่ที่บ้านตะหงิด ๆ อยากจะให้มานวดสมองให้เหลือเกิน
“มิคาสึกิ...งานแต่งงานจัดขึ้นในวันเดียวไม่ได้หรอกนะ อีกอย่างตอนนี้เกิดเรื่องแล้ว ข้าถึงมาตามเจ้านี่อย่างไร” ชายหนุ่มเอ่ยพลางใช้สารในมือเคาะที่หัวนายท่านไม่รู้เวลาของตนเบา ๆ อย่างหมั่นไส้แล้วยื่นส่งให้ “ฝั่งตะวันตกเกิดกบฏชาวนาขึ้น เจ้าต้องไปจัดการเสีย”
“เจ้าจัดการเองเหมือนทุกครั้งก็ได้ไม่ใช่หรือ…” เอ่ยเสียงอ่อยปฏิเสธตามวิสัยความเป็นคุณชายเจ้าสำราญไม่ยอมทำงานมาแต่ไหนแต่ไร อิชิคิริมารุส่ายหน้า
“หากเป็นเหตุการณ์ปกติข้าก็พอจะยอมโอนอ่อนตามใจเจ้าได้หรอก แต่ครั้งนี้ทางนั้นจับตัวประกันไว้ เรียกร้องให้เจ้าไปเป็นผู้เจรจาเอง” ว่าพลางเปิดจดหมายให้มิคาสึกิอ่านเสียเลยเพราะดูท่าเจ้าตัวจะไม่ยอมง่าย ๆ “เจ้าต้องออกเดินทางให้เร็วที่สุด ชีวิตผู้คนสำคัญนัก ขบวนเดินทางเตรียมเรียบร้อยแล้ว ข้าจะไปด้วย แล้วก็จะให้อิวาโทชิบุตรชายคนโตไปช่วยคุ้มกันอีกแรง”
“ต้องไปที่ตะวันตกรึ? ไม่ไปได้ไหม...ข้าไม่อยากห่างจากเมียข้า” ยังไม่แต่งงานก็เรียกเป็นเมียแล้วรึ! แล้วจะงอแงอยากแต่งไปทำไมกัน! อิชิคิริมารุนึกอยากจับเด็กน้อยตัวโตตรงหน้ามาตีก้นเสียให้หายมึนสักที
“มิคาสึกิ...ยังไงครั้งนี้เจ้าก็ต้องไป ไม่ต้องเป็นห่วงสึรุมารุ...ข้าจะให้คนมาคอยดูแลนางเอง”
“ข้าไม่ได้ห่วง...ไม่สิ ก็ห่วงนะ แต่ข้าแค่ไม่อยากห่างจากนางแม้แต่วันเดียว ข้าพานางไปด้วยได้ไหม?” มิคาสึกิพยายามออดอ้อนแต่อิชิคิริมารุกลับส่ายหน้า
“ที่นั่นอันตรายเกินไป พานางไปยิ่งเป็นการเสี่ยง...ให้อยู่ที่ปราสาทจะเป็นการดีกว่า”
“เช่นนั้นข้าขอแต่งงานกับสึรุก่อนสิ…”
“ไม่ได้ งานแต่งรอทีหลังได้ แต่งานนี้เร่งด่วนนะ”
“...นะ”
“ไม่ได้”
“อิชิคิริมารุ…”
“มิคาสึกิ…”
“นะ…”
“ไม่…”
“ข้าจะขาดใจอยู่แล้ว”
“เอาไว้ขาดใจหลังกลับจากทำงานนะ”
“.....” เมื่อเห็นว่าออดอ้อนอย่างไรก็ไม่ได้ผล มิคาสึกิจึงเริ่มทำดวงตาเศร้าสร้อย...ก็อยากแต่งงานกับสึรุจริง ๆ นี่ อยากจะเป็นสามีภรรยากับนางที่รักอย่างถูกต้องเสียที อิชิคิริมารุกอดอกมองนิ่ง
“รู้ใช่ไหมว่าทำแบบนั้นไปข้าก็ไม่ใจอ่อนหรอกนะ”
“ข้ารู้…”
“ดีแล้ว เช่นนั้นก็ไปบอกลาเมียเจ้าแล้วไปเตรียมตัวเสีย ไม่ต้องห่วง...ข้าจะให้อาโอเอะเมียข้ามาคอยอยู่เป็นเพื่อนเอง” เอ่ยพลางมองส่งนายท่านของตนที่เดินหน้าม่อยคอตกกลับเข้าห้องไป
มิคาสึกิเลื่อนปิดบานประตู มองสึรุมารุที่นอนมองอยู่ในผ้าห่ม นางคงตื่นเพราะเสียงเถียงทะเลาะ(?)ของตนกับอิชิคิริมารุเป็นแน่ อา...สึรุยามเพิ่งตื่นช่างน่ารักเหลือเกิน ทั้งดวงตาปรือ ๆ ทั้งผมสีขาวยังฟูยุ่งเคลียตามแก้มและหน้าผากนวลแสนจะน่าเอ็นดู
ชายหนุ่มแทรกตัวเข้าไปในผ้าห่มแล้วกอดร่างเปลือยเปล่าอย่างออดอ้อน พรมจุมพิตทั่วใบหน้างามขณะที่สึรุมารุก็กอดตอบและลูบหัวเขาเบา ๆ อย่างปลอบโยน เพราะนางตื่นทันที่จะได้ยินเสียงพูดคุยอยู่หน้าห้องเลยพอเข้าใจว่ามิคาสึกิกำลังงอแงเรื่องอะไร
“มีงานรึ?” เสียงหวานเอ่ยถาม มือก็ลูบหัวคนอายุมากกว่าที่ทำตัวเป็นเด็กเรื่อย ๆ มิคาสึกิมุ่ยหน้าน้อย ๆ พลางซุกไซ้ไปมากับซอกคอหอมกรุ่น
“อื้ม...อิชิคิริมารุใจร้ายนัก กว่าจะยอมจัดงานแต่งให้ก็เมื่อข้ากลับจากงานเสียก่อน”
“เจ้าเองก็ไม่เห็นต้องรีบร้อนเลย ข้าไม่ไปไหนหรอก...รู้ไหม?” หญิงสาวหัวเราะแล้วจูบหน้าผากคนในอ้อมกอดเบา ๆ ร่างสูงหยีตานิด ๆ แล้วดันตัวขึ้นเท้าศอกกับฟูกข้างหนึ่ง มือไล้ลูบแก้มนางอย่างอ่อนโยน
“เจ้าอยู่ที่นี่ลำพังต้องดูแลตัวเองดี ๆ นะ...สึรุมารุ อย่าให้ใคร ๆ ในปราสาทมารังแกเอาได้ ข้าเป็นห่วงเจ้าจริง ๆ” ชายหนุ่มเอ่ย เขารู้ดีว่าปัญหาที่สึรุมารุจะต้องได้เผชิญนั้นไม่ใช่อะไรนอกจากเหล่าสาวงามของตนนั่นเอง “อิชิคิริมารุจะให้เมียมาอยู่เป็นเพื่อนเจ้า...นางเป็นคนดี ไม่ต้องกลัวนะ”
“ข้าไม่ได้กลัวนะมิกะ…” หญิงสาวยิ้มแล้วหยิกจมูกเขาเบา ๆ “ข้าดูแลตัวเองได้ ไม่ต้องห่วง...ข้าเจออะไรอันตรายกว่านี้มามากนัก แค่นี้ไม่เป็นปัญหาหรอก”
“ให้แน่นะ” ได้ยินดังนั้นมิคาสึกิก็พอคลายใจ อย่างน้อย ๆ เมียรักของเขาก็ใจพร้อมพอที่จะเผชิญหน้ากับสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ สึรุมารุพยักหน้าหงึกรับคำ
“รีบไปรีบกลับนะ มิคาสึกิ” มือขาวลูบแก้มเนียนสมเป็นชนชั้นสูงของชายหนุ่มอย่างอ่อนโยน “เจ้าสาวของเจ้าจะรอคอยเจ้าอยู่ที่นี่”
“เจ้าพูดแบบนี้แล้วข้ายิ่งไม่อยากไปรู้ไหม...” มิคาสึกิยิ้มอ่อนใจ จับมือเรียวบางแล้วกดริมฝีปากจูบบนฝ่ามือของนางแนบแน่น ตรึงความรู้สึกโหยหาให้นางได้รับรู้ สึรุมารุหัวเราะ
“เดี๋ยวอิชิคิริมารุก็ไม่ยอมให้แต่งงานเสียหรอก”
“อืมมม…” ชายหนุ่มหัวเราะ ส่งเสียงครางอู้อี้คล้ายโดนขัดใจก่อนจะผละใบหน้าจากมือหอมนุ่ม “ข้าจะตั้งใจทำงานนะ เมื่อกลับมา...ข้าจะกกกอดเจ้าให้ลืมวันลืมคืนเลยคอยดู”
“ทำได้ก็ลองดูแล้วกัน” หญิงสาวหัวเราะแล้วจุมพิตลาก่อนที่เสียงของอิชิคิริมารุจะดังเร่งขึ้นมาอีกครั้งเมื่อเห็นว่าเจ้านายตนหายเข้าห้องไปนานเกินควรแล้ว ทำให้มิคาสึกิจำต้องลุกจากสึรุมารุไปเตรียมตัวออกเดินทางไปตะวันตกอย่างไม่เต็มใจนัก
-
สึรุมารุค่อย ๆ ดันตัวลุกจากฟูกหลังจากที่มิคาสึกิออกไปแล้วพักหนึ่ง นางร่นผ้าห่มที่คลุมร่างลงพลางมองผิวเปลือยเปล่าที่เพิ่งผ่านสัมผัสเร่าร้อนมาเมื่อคืน มือเรียวยกขึ้นแตะที่ข้อเท้า ไล้เลื่อนขึ้นมาตามแนวขา จนถึงสะโพกและเอวบาง
...ทุกส่วนนี้ ถูกมิคาสึกิสัมผัสต้อง
ริมฝีปากอิ่มแย้มยิ้ม...นางห่างหายจากความสัมพันธ์นานหลายปี และที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีความสุข จนคิดไปเสียว่าคงจะไม่มีชายใดอีกแล้วที่สามารถมอบรักที่เติมเต็มทั้งกายและใจให้ได้ กระทั่งได้พบกับมิคาสึกิ…
ในทีแรกนางก็ไม่ได้คิดเลยแม้แต่นิดว่าจะรู้สึกอะไรกับเขา คิดแต่เพียงมันเป็นหน้าที่ที่ตนจะต้องเป็นนางบำเรอให้เหมือนเช่นชายคนอื่นที่ผ่านมา หากแต่เมื่อได้พูดคุยกัน มีสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน สัมผัสที่แสนอ่อนโยนจริงใจของมิคาสึกิกลับทำให้นางเริ่มหลงใหล และในที่สุดก็ตกหลุมรักเขาอย่างง่ายดาย
น่าแปลกนัก...ทั้งที่คิดว่าจะไม่ได้มีความรู้สึกเช่นนี้อีกต่อไปแล้วแท้ ๆ
ไม่ว่าจะด้วยเพราะดวงตาจันทร์เสี้ยวนั้น หรือความทรงเสน่ห์ของมิคาสึกิที่แม้หญิงใดก็ต้องหลงใหลก็ตาม สึรุมารุก็เผลอโอนอ่อนตามอีกฝ่ายไปจนหมดหัวใจ
“ขออนุญาต...ท่านหญิงสึรุมารุ” เสียงหนึ่งดังขึ้นที่หน้าห้อง สึรุมารุเลิกคิ้ว มือเรียวหยิบชุดมาคลุมร่างแล้วดันตัวลุกขึ้นไปเปิดประตู หญิงที่นั่งคุกเข่าคอยอยู่ยิ้มบางเมื่อนางโผล่หน้าออกไปพลางค้อมหัวลง “ข้าคือภรรยาของอิชิคิริมารุ นามนิคคาริ อาโอเอะ...สามีให้ข้ามาคอยดูแลรับใช้ท่านระหว่างที่มิคาสึกิไม่อยู่ ยินดีที่ได้พบ”
“อย่าเรียกข้าว่าท่านหญิงเลย…ข้าเป็นเพียงแค่คนธรรมดาเท่านั้น” สึรุมารุหัวเราะแห้งโบกมือไปมาเชิงปฏิเสธ ขณะที่นิคคาริเงยหน้าขึ้นอมยิ้มนิด ๆ
“จะไม่ใช่ท่านหญิงได้อย่างไร...ในเมื่อมิคาสึกิออกปากถึงขนาดนั้นว่าท่านเป็นภรรยา” นางปิดปากหัวเราะเบา ๆ ยามเห็นใบหน้าขาวนวลแดงเรื่อขึ้นมาทันตา “ล้อเล่นหรอกนะจ๊ะ…”
“อย่าล้อเล่นข้าแบบนี้สิ...ตกใจหมด” กระเรียนขาวมุ่ยหน้าน้อย ๆ ขณะที่หญิงสาวอายุมากกว่าแย้มยิ้ม
“อาบน้ำหน่อยไหมจ๊ะ? เดี๋ยวข้าช่วยดูแลให้เอง เจ้าเดินทางมาถึงเมื่อวานแล้วต้องรับใช้มิคาสึกิเลย ถึงจะได้ล้างเนื้อตัวแต่คงไม่มีเวลาพักผ่อนมากนักสิถูกไหม? อีกอย่างข้าจะพาเจ้าเดินชมทั่วปราสาทด้วย จะมาอยู่ที่นี่ก็ต้องคุ้นชินเสียหน่อย”
“อื้ม...ก็ดีนะ เหนียวเหนอะหนะไปทั้งตัวแล้ว” สึรุมารุพยักหน้า นิคคาริจึงลุกขึ้นแล้วผายมือให้นางเดินตามไป
“ข้าไม่เคยเห็นมิคาสึกิห่วงหาใครเช่นเจ้าเลย” ระหว่างทาง หญิงสูงวัยกว่าก็หันมาเอ่ย กระเรียนขาวเลิกคิ้วน้อย ๆ หันไปมองคนที่กำลังอมยิ้มด้วยความฉงน “อย่างที่รู้...มิคาสึกิมีหญิงสาวมากมายในอาณัติ หากแต่ที่จริงแล้วมันก็เป็นเพียงความสัมพันธ์อันฉาบฉวย เพียงหลับนอนด้วยกันชั่วครั้งคราว เคล้าคลอกับพวกนางราวให้หายเหงา ทว่ากับเจ้า...ดูเหมือนจะมีบางอย่างที่ลึกซึ้งมากกว่านั้น”
“มิคาสึกิบอกให้เจ้าพูดหรือเปล่านี่…” สึรุมารุแกล้งหรี่ตาน้อย ๆ จนนิคคาริหัวเราะในลำคอเบา ๆ
“เปล่าเลย...ข้าพูดในฐานะคนที่สังเกตเห็นเท่านั้นจ้ะ...เราเป็นหญิงเหมือนกัน ไม่มีความจำเป็นใด ๆ ที่จะต้องไปเข้าข้างผู้ชายเสียหน่อย” นางเอ่ยพลางเลื่อนเปิดประตูห้องอาบน้ำที่ดูเหมือนจะเตรียมพร้อมเอาไว้แล้ว สึรุมารุเดินตามเข้าไปพลางมองรอบ ๆ อย่างสนใจ
“ผู้หญิงของมิคาสึกิมีอยู่สักเท่าไหร่รึ?”
“ข้าไม่ทราบจำนวนที่แน่นอน แต่ก็คงหลายสิบ...แคว้นซังโจนั้นยิ่งใหญ่ รบชนะหลายแคว้น บรรณาการย่อมมีจำนวนมากเป็นธรรมดา” นิคคาริเอ่ยพลางช่วยเปลื้องชุดของหญิงสาวอ่อนวัยออกก่อนจะจับมือประคองนางให้เข้าไปในถังไม้อาบน้ำ “มิคาสึกิต้อนรับพวกนางทุกคนด้วยดี แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจใครเป็นพิเศษ ข้าพบเขาไม่บ่อยนัก...หากแต่เมื่อเจอหน้ายามอยู่กับหญิงสาว ข้าสังเกตได้ว่าเขาไม่มีความสุขเลย”
คลุกคลีกับโฉมงามเป็นสิบเช่นนั้นยังไม่มีความสุขอีกหรือ...สึรุมารุพิงหลังกับถังไม้พลางคิดในใจกับตัวเองขณะที่นิคคาริใช้ผ้าชุ่มน้ำเช็ดทำความสะอาดตามร่างกายให้
“บางทีเขาอาจจะรอคอยใครอยู่ก็เป็นได้นะ...สึรุมารุ” หญิงสาวเอ่ย จับแขนเรียวขาวมาเช็ดล้างน้ำให้ “เพราะเมื่อเช้าที่มิคาสึกิฝากฝังให้ข้าช่วยดูแลเจ้า เขาดูร้อนรนและเป็นห่วงเจ้ามากจริง ๆ”
สึรุมารุอดยิ้มน้อย ๆ ไม่ได้ “...ข้าดีใจที่ได้ยินเช่นนั้นนะ”
“ข้าเพียงพูดความจริง สาวน้อย…” นิคคาริหัวเราะฮุ ก่อนจะชำระร่างกายขาวนวลให้เรียบร้อยแล้วจับมือนางให้ลุกขึ้น “ดูแลมิคาสึกิด้วย...นายหญิงแห่งซังโจ”
“ไม่คุ้นหูเอาเสียเลยนะ” สึรุมารุหัวเราะพลางรับผ้ามาเช็ดเนื้อตัวเอง
“อีกไม่นานก็คงจะคุ้นไปเองนั่นล่ะ ก็คงเหมือนที่ช่วงแรก ๆ หลังแต่งงานที่ข้าไม่ชินกับคำเรียก ‘ภรรยาท่านที่ปรึกษา’ เลยนั่นล่ะ” นิคคาริยิ้มบางพลางส่ายหน้าอ่อนใจแล้วช่วยสึรุมารุแต่งตัว เอาเข้าจริง แต่งงานมาเป็นสิบปีแล้วนางก็ยังไม่คุ้นอยู่ดี
“อา...ข้าคงไม่คุ้นง่าย ๆ เป็นแน่...อุก” กระเรียนขาวร้องจุกน้อย ๆ ยามถูกดึงโอบิอย่างแรง
“คุ้นไว้เสียเถิด หากต้องสู้รบปรบมือกับแม่พวกนั้น ฐานะของเจ้าจะเป็นประโยชน์” ภรรยาท่านที่ปรึกษาเอ่ยเสียงกลั้วหัวเราะพลางจัดโอบิให้เรียบร้อยก่อนจะคลุมอุจิคาเกะให้นาง “งดงามแล้วล่ะ...เอ้า ทีนี้ไปชมให้ทั่วปราสาทกันเถอะ”
สึรุมารุพยักหน้า เอื้อมจับมือของนิคคาริที่ยื่นมาหาก่อนจะก้าวเดินตามไป ในใจอดครุ่นคิดเรื่องที่อีกคนบอกมาเมื่อครู่แล้วยิ้มกับตัวเองไม่ได้
หญิงสาวผู้ต้อยต่ำจะเป็นนายหญิงของแคว้นใหญ่ที่สุดในใต้หล้าหรือ...ช่างน่าประหลาดใจนัก
หากแต่การที่กระเรียนขาวแสนจืดชืดเช่นนาง ได้มีโชคเป็นคู่วิวาห์ของจันทร์เสี้ยวผู้สูงส่งและงดงามอย่างมิคาสึกิ มุเนะจิกะ ต่างหาก…
ที่น่ายินดีเป็นที่สุด…
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น