หน้าเว็บ

วันจันทร์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2560

One Shot : เสียงที่ส่งไปไม่ถึง (IchiYagen)

Title : เสียงที่ส่งไปไม่ถึง
Paring : อิจิโกะ ฮิโตฟุริ x ยะเก็น โทชิโร่
Rate : PG-13



อิจิโกะ ฮิโตฟุริ รู้สึกได้ถึงหยาดเหงื่อเย็นเฉียบที่ไหลซึมผ่านแผ่นหลัง ยามมองสบเข้าไปในดวงตาของน้องชายผู้เป็นที่รัก…


“ยะเก็น…” เสียงนุ่มที่เหลือเพียงแผ่วดังลอดผ่านริมฝีปากที่สั่นริก คมมีดสะท้อนแสงสีเงินวาววาบเข้าสู่นัยน์ตา เป็นคราแรกนับจากการฟื้นคืนที่อิจิโกะรู้สึกหวาดกลัว…


ยะเก็นเอียงคอน้อย ๆ มองพี่ชายคนโตที่นั่งอยู่เบื้องหน้า มือกระชับมีดสั้นแน่นแล้วเงื้อขึ้น อิจิโกะสะดุ้งหลับตาปี๋ ไม่อาจแม้แต่จะคว้าดาบข้างกายขึ้นมาตั้งรับ


“พี่อิจิ!!” เสียงของมิดาเระดังขึ้นพร้อมกับร่างที่โถมเข้าใส่ยะเก็นอย่างแรงจนเซถลาไปด้วยกันทำให้อิจิโกะได้สติขึ้นมาอีกครั้ง มือใหญ่รีบคว้าดาบร่างต้นของตนพลางลุกขึ้นยืน


ร่างของเด็กทั้งสองล้มกลิ้งไปกับพื้นดิน มิดาเระพยายามกอดรัดยะเก็นไว้อย่างสุดความสามารถ หากแต่ดูเหมือนเรี่ยวแรงของยะเก็นจะมหาศาลกว่ามากนัก เด็กหนุ่มกระชับมีดไม่ให้หลุดมือ ก่อนจะฟาดศอกเข้าใส่ใบหน้าของมิดาเระเต็มแรง ทว่าแขนเรียวเล็กราวกับเด็กสาวก็ไม่ยอมปล่อย


“พี่อิจิ! หนีไปเร็วเข้า!” มิดาเระตะโกนบอกก่อนที่จะถูกยะเก็นเหวี่ยงกระเด็นออกไปอีกทาง ร่างผอมของยะเก็นซวนเซอยู่นิด ๆ ก่อนจะทรงตัวได้อย่างรวดเร็วแล้วพุ่งตัวตรงเข้ามาหาอิจิโกะที่ยืนตื่นตระหนกอยู่


“ฮึ่ยยย!!” อัตสึชิ โทชิโร่ที่บาดเจ็บอยู่ไม่น้อยตรงเข้าใช้ไหล่กระแทกใส่ตัวยะเก็นจนหงายล้มไปด้านหลังด้วยกัน แผ่นหลังของยะเก็นกระแทกเข้ากับพื้นจนสำลักลมหายใจนิด ๆ แต่เพียงเสี้ยวนาทีก็กระชับมีดสั้นในมือแทงเข้าใส่สีข้างของอัตสึชิอย่างแรงจนฝ่ายที่ถูกโจมตีต้องร้องลั่น


“อัตสึชิ!” อิจิโกะพลอยสะดุ้งตกใจเมื่อได้ยินเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของน้องชาย มือสั่นเทากำกระชับดาบ ตั้งใจจะพุ่งเข้าไปช่วย หากแต่กลับพบว่าตนไม่อาจขยับตัวได้เลยแม้แต่ก้าวเดียว แม้กระทั่งตอนที่ยะเก็นผลักร่างปวกเปียกของอัตสึชิทิ้งไป แล้วลุกขึ้นย่างสามขุมเข้ามาหาเขาแล้วก็ตาม


แววตาของพี่ชายใหญ่แห่งบ้านอาวาตะงุจิสั่นระริก…



เขากำลังกลัว...แต่กำลังกลัวอะไรกันแน่…


กลัวการเผชิญหน้ากับยะเก็นที่เป็นเช่นนี้…?


หรือกลัวที่จะต้อง...ลงมือกับยะเก็นผู้เป็นที่รักกันแน่



“ยะ...ยะเก็น” อิจิโกะเรียกเสียงแผ่ว ทว่าดวงตาไร้แววของยะเก็นยังคงเรียบเฉย พี่ชายกลืนน้ำลาย พยายามออกเสียงผ่านลำคอตีบตันออกไปอีกครั้ง “ยะเก็น...ได้โปรดเถอะ คนดี...โปรดฟังเสียงพี่”


ชายหนุ่มไม่กล้าแม้แต่จะเหลือบสายตา ด้วยรู้ดีว่ารอบกายนั้นคงจะเกลื่อนไปด้วยร่างของบรรดาน้องชายที่ไม่รู้ว่ายังหายใจกันอยู่หรือไม่...เขาไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร ทว่าความน่าพรั่นพรึงนี้ก็ขยายตัวไปอย่างรวดเร็ว แม้กระทั่งท่านอานาคิกิทสึเนะ...ก็ยังหายตัวไป


“ยะเก็น...หยุดเถอะนะ ได้โปรด...เจ้าทำแบบนี้ไปเพื่ออะไรกันแน่ ได้สติสิยะเก็น ฟังเสียงพี่แล้วกลับมาเถอะนะ ยะเก็น ขอล่ะ...พี่ขอร้องเจ้า” อิจิโกะพยายามอ้อนวอน ขยับถอยหลังด้วยความหวาดกลัวจากส่วนลึกในจิตใจ กลิ่นควันไฟที่ฉุนขึ้นจมูกยิ่งทำให้ร่างกายของเขายิ่งอ่อนแรงลง


เหตุใด...เรื่องเช่นนี้จึงเกิดขึ้น


ยะเก็นยังคงสีหน้าเรียบเฉยของตนไว้ ลึกลงในดวงตาคู่สวย ปราศจากสิ้นซึ่งแววอารมณ์ใด ๆ ...ยามสบสายตานั้น อิจิโกะกลับหวนนึกไปถึงค่ำคืนที่ได้อิงแอบกัน นึกถึงทั้งใบหน้าสดใส เสียงมีชีวิตชีวาของน้องชายผู้แม้จะยังเหน็ดเหนื่อยเพราะเพิ่งเสร็จจากศึกรักร้อนแรง หากแต่ก็ยังชวนเขาพูดคุยอยู่เจื้อยแจ้ว


‘พี่อิจิไปรบวันนี้เป็นไง?’
‘มิดาเระกับอัตสึทะเลาะกันเหมือนเคยล่ะ’
‘พวกน้อง ๆ ก็ซุกซนกันจนโดนดุอย่างทุกที ฮะ ๆ ’


‘พี่อิจิ….เหนื่อยไหม? อยากให้ข้านวดให้หรือเปล่า?’


ในอกของอิจิโกะรู้สึกได้ถึงบางสิ่งอย่างที่แตกร้าว เมื่อเห็นภาพรอยยิ้มของยะเก็นที่ถูกซ้อนทับจนกลืนหายไปเบื้องหลังใบหน้าแสนเย็นชา...รอยยิ้มที่เคยจดจำได้ว่าสุกสว่างพร่างพราวยิ่งเสียกว่าดวงดาวที่นั่งมองด้วยกัน รอยยิ้มที่ทำให้หายเมื่อยล้าทุกคราที่เห็น กำลังถูกความมืดปกคลุมจนเลือนลางและจางไป


ชายหนุ่มทอดสายตาเหม่อนิ่ง ความคิดล่องลอยผ่านในหัวอย่างเงียบงัน มือที่หายสั่นทิ้งดาบที่ถืออยู่ลงบนพื้นดิน แล้วจับจ้องยะเก็นที่กำลังเดินเข้ามาช้า ๆ


อิจิโกะสูดหายใจลึกเรียกสติก่อนจะกางแขนนิด ๆ และแย้มรอยยิ้มบาง ๆ


“ยะเก็น...คนดีของพี่” วจีแรกที่เปล่งออกไปทำให้ยะเก็นชะงักไปเล็กน้อย เห็นดังนั้นอิจิโกะจึงเริ่มมีกำลังใจมากขึ้น “ยะเก็น...พี่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเจ้า แต่พี่รู้ว่านั่นไม่ใช่ตัวตนของเจ้าแน่ พี่รู้ว่าเจ้าไม่มีวันจะหันอาวุธทำร้ายพี่น้องของเราได้ พี่รู้ว่าเจ้าไม่มีวันปล่อยให้น้อง ๆ เป็นอันตราย”


ยะเก็นหยุดก้าวเดิน สีหน้าเริ่มแปรเปลี่ยนไปทีละนิด หากแต่นั่นก็มากพอที่จะพิสูจน์ข้อสงสัยของพี่ชายคนโตได้เป็นอย่างดีแล้ว อิจิโกะจ้องตายะเก็น ราวกับจะค้นหาสิ่งที่อยู่ภายในเนตรลูกแก้วคู่นั้น...และเขาจะต้องหาให้เจอให้ได้


“ยะเก็น...พี่รู้ว่าเจ้าอยู่ในนั้น หากได้ยินเสียงพี่...ได้โปรด เข้มแข็งเอาไว้ จงอย่าได้ยอมแพ้ อย่าได้ถอดใจปล่อยให้อะไรก็ตามนั้นครอบงำเจ้าได้” เสียงทุ้มนุ่มเอ่ย พลางค่อย ๆ ก้าวเท้าเข้าไปหาน้องชายช้า ๆ “ยะเก็นของพี่...คนดี ไม่มีใครถือโทษเจ้า ไม่มีใครโกรธเคืองในสิ่งที่เจ้าได้ทำลงไป...เจ้าไม่ผิด คนที่ทำไม่ใช่เจ้า”


เด็กหนุ่มขมวดคิ้วมุ่น ยกมือขึ้นกุมหน้าผากตนไว้ขณะที่ร่างกายเริ่มซวนเซ อิจิโกะมองท่าทางเช่นนั้นด้วยความเป็นห่วงสุดหัวใจ ภาวนาด้วยแรงกำลังทั้งหมดว่าขอให้ยะเก็นตั้งสติได้


“ข้า...ข้า…”


เสียงแผ่วเบาดังล่องมาตามลม กระทบโสตประสาทของอิจิโกะ ชายหนุ่มเบิกตานิด ๆ รู้ได้โดยทันทีว่านั่นคือเสียงของยะเก็น...ยะเก็นที่เขารักด้วยชีวิตทั้งหมดทั้งปวง


น้องชายก้มหน้า สั่นเทาสะท้านไปทั้งร่างกาย ขาเรียวเล็กเซไปมาราวกับคนไร้แรง ริมฝีปากขยับพึมพำบางอย่างซ้ำซากไปมา อย่างกับกำลังพยายามต่อต้านบางสิ่งอยู่


หากแต่เพียงชั่ววินาทีก่อนที่อิจิโกะจะได้ตั้งตัว ยะเก็นที่ยืนไม่มั่นคงอยู่ก็กลับโถมถลาเข้าใส่เขาจนล้มไปกับพื้น โดยมีร่างที่เล็กกว่าคร่อมอยู่ด้านบน ชายหนุ่มเบิกตากว้างยามมีดในมือเล็ก ๆ นั้นเงื้อขึ้นสูง และได้สบกับสายตาสั่นระริกของยะเก็นที่ดูราวกับกำลังเว้าวอน


อา...เขากำลังจะตาย...ด้วยน้ำมือของยะเก็น


อย่างน้อยมันก็มิใช่เปลวไฟ…


หากว่าการตายนี้จะฉุดรั้งยะเก็นกลับมาได้...พี่ชายอย่างเขาก็พร้อมจะยอมสละตัวเอง


อิจิโกะกัดฟันน้อย ๆ แล้วหลับตาลง เอ่ยเอื้อนกระซิบสุดท้ายออกมาอย่างเงียบงันท่ามกลางเสียงปะทุของเพลิงที่โหมกระหน่ำอยู่รอบกาย พร้อม ๆ กับเสียงมีดที่แหวกฝ่าอากาศลงมา...


“ถือว่าเป็นคำขอจากพี่...กลับมาเถอะนะ ยะเก็น...สุดที่รักของพี่”


……
….
..


อิจิโกะค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาอย่างช้า ๆ เมื่อพบว่าความตายมิได้มาเยือนดังคาด เบื้องหน้านั้นคือยะเก็นที่ใช้มือข้างซ้ายกำข้อมือขวาของตัวเองเอาไว้แน่น ใบหน้าที่ปรกเส้นผมสั่นไหว เห็นหยาดน้ำตาคลอสะท้อน


“ยะเก็น…”


“พี่...อิจิ…รีบหนีไป...” ยะเก็นเอ่ยเสียงแผ่ว อิจิโกะรีบส่ายหน้าแล้วจับมือน้องชายรวบเอาไว้ทั้งสองข้าง เสียงหนักแน่นตอบกลับไปอย่างมั่นคง


“พี่ไม่หนี ยะเก็น…”


ยะเก็นเงยหน้าขึ้นมองเขา ทำให้อิจิโกะได้เห็นใบหน้าของน้องชายอย่างชัดเจนเป็นคราแรก…


ดวงตาของยะเก็น ข้างหนึ่งเป็นดำสนิทประหนึ่งฟ้าราตรี ส่วนอีกข้างยังคงสีเดิมไว้ หากแต่ก็ถูกกลืนกินไปไม่น้อยแล้ว น้ำตาที่ไหลซึมออกมาก็เริ่มน้อยลงทุกที ดั่งเป็นสัญญาณบางสิ่ง


“ข้า...รั้งไว้ได้ไม่นาน…” ยะเก็นเอ่ยเสียงแผ่วพร่า พลางดึงมือตนออกมาจากการเกาะกุม “ข้าทำเต็มที่แล้ว...แต่มันแกร่งเหนือข้า...หากข้าพ่ายแพ้อีกครั้ง พี่จะตาย...ข้ายอมให้เป็นเช่นนั้นไม่ได้”


เด็กหนุ่มใช้มือซ้ายผลักอิจิโกะออกห่าง ก่อนที่จะกำข้อมือขวาบีบไว้แน่นบังคับให้ยกขึ้นจ่อที่คอตัวเอง แม้จะยากลำบากเต็มทนเพราะแรงมือข้างนั้นเหมือนจะเหนือกว่ามาก อิจิโกะตกตะลึง รีบขยับตัว ทว่าในชั่วพริบตานั้นเองที่ปลายสายตาสังเกตเห็นบางสิ่ง…


ท่านอา…?


.
.
.
.
.


ยามที่ยะเก็นรู้สึกตัวขึ้นมาอีกครั้ง ก็พบว่าตัวเองอยู่ในอ้อมกอดของพี่ชาย ถัดไปนั้นคือท่านอานาคิกิทสึเนะที่ยืนนิ่งอยู่โดยที่ดาบในมือเปื้อนไปด้วยเลือด เด็กหนุ่มเบิกตาด้วยความตกใจ กระชับกอดอิจิโกะไว้แน่น ทว่าทันใดนั้นเองที่เขารู้สึกได้ถึงความผิดปกติ


ใบหน้าของอิจิโกะซุกแนบอยู่กับไหล่ วงแขนอบอุ่นยังโอบกอดเขาไว้แนบแน่น หากแต่...หากแต่...กลับไร้ซึ่งการเคลื่อนไหวแม้กระทั่งลมหายใจ…


“พี่อิจิ!!” ยะเก็นรีบประคองอิจิโกะไว้ กระชับกอดแน่นและร้องไห้ออกมาอย่างไม่คิดอาย


มันเกิดอะไรขึ้น…


มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่…


นาคิกิทสึเนะเช็ดดาบที่เปื้อนเลือดกับขากางเกงก่อนจะเดินเข้ามาหาเขาช้า ๆ ยะเก็นตกใจรีบยกมีดสั้นในมือขึ้นชี้หน้าอีกฝ่ายทันที ซึ่งคนอาวุโสกว่าก็มิได้มีท่าทีตกใจแต่อย่างใด


“ท่านอา...ฆ่าพี่อิจิงั้นเหรอ?”


จิตวิญญาณดาบจิ้งจอกครวญพยักหน้าช้า ๆ ยามไร้ซึ่งคู่หูจิ้งจอก เขาไม่อาจจะนึกคำพูดใด ๆ ที่เหมาะสมเพื่ออธิบายการกระทำของตนเองได้เลยแม้แต่คำเดียว


“ทำไม…”


“เพราะอิจิโกะ...จะฆ่าเจ้า” นาคิกิทสึเนะเอ่ยเสียงเบา ยะเก็นซุกหน้าลงกับไหล่ของอิจิโกะ กำมีดไว้แน่นด้วยมือสั่นระริก พยายามนึกทบทวนว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่


แต่ทุกอย่างมืดสนิท...


“โธ่เว้ยย!!!!”


ยะเก็นตะโกนลั่น ปล่อยร่างพี่อิจิที่ตนโอบกอดไว้ กำมีดพุ่งถลาเข้าหานาคิกิทสึเนะที่แม้จะไม่ตั้งตัวแต่ก็รีบถอยหลังยกดาบตนขึ้นมาป้องกันเอาไว้ทันจนเกิดเสียงเหล็กกระทบกันดังกังวานก้อง


“พี่อิจิ...ไม่มีวันทำร้ายข้า!” เด็กหนุ่มคำราม จ้องเขม็งเข้าไปในดวงตาสีทองที่ถูกกลืนกินด้วยสีดำของนาคิกิทสึเนะ ฝ่ายอาวุโสกว่าหรี่ตาลงเล็กน้อย เกร็งแขนต้านรับแรงที่กดลงมาบนใบดาบ


“ไม่ว่าใคร...ก็ล้วนเป็นศัตรู” ผู้เป็นอาพึมพำเสียงเบา ยะเก็นขมวดคิ้วมุ่นก่อนที่อีกฝ่ายจะสะบัดดาบจนเขาต้องกระโจนหลบไปตั้งหลัก นาคิกิทสึเนะมองเขาอย่างนิ่งเฉย ขยับดาบขึ้นเตรียมพร้อมโจมตี เด็กหนุ่มเห็นเช่นนั้นก็ยกมีดสั้นในมือขึ้นพร้อมกัน


จะไม่ยอม...ยกโทษให้คนที่ฆ่าพี่อิจิและน้อง ๆ


ไม่ว่าคนผู้นั้นจะเป็นใครก็ตามที


เหล็กบางเฉียบสองเล่มปะทะกันเสียงดังกังวานก้องอย่างต่อเนื่องหลายต่อหลายครั้ง ร่างทั้งสองขยับหลบหลีกจู่โจมพลิ้วไปมาราวกับกำลังร่ายรำ นาคิกิทสึเนะใช้ฝักดาบปัดมีดที่ยะเก็นแทงเข้าใส่ ก่อนจะเงื้อดาบในมือขึ้นหมายจะฟันเข้าใส่ แต่ยะเก็นมุดตัวหลบได้ทันพร้อมกับส่งแรงเตะตัดขาคนตัวสูงกว่าจนล้มลงกับพื้น


นาคิกิทสึเนะรีบใช้ฝักดาบค้ำยันตัว สะบัดเหล็กคมเข้าใส่ยะเก็นอีกครั้งจนถากได้แผลลึกที่ชายโครง เด็กหนุ่มเซถลา กัดฟันกรอด รีบเงื้อมีดขึ้นแทงสวนลงไปที่ข้างไหล่จิตวิญญาณดาบผู้เป็นอา จนนาคิกิทสึเนะสะดุ้งน้อย ๆ ก่อนจะรีบถอยไปเตรียมตั้งรับการโจมตีระลอกที่สอง


อีกฝ่ายไม่แม้แต่จะสบถหรือร้องด้วยความเจ็บปวดใด มือข้างหนึ่งยกกุมไหล่ที่มีเลือดแดงไหลซึม มือที่จับดาบกระชับแน่นขึ้นแล้วพุ่งตรงเข้าใส่เด็กหนุ่มอีกครั้ง ยะเก็นรีบยกมีดขึ้นตั้งรับ


แต่เขาช้าไป…นาคิกิทสึเนะเหวี่ยงดาบเข้าใส่ด้วยพละกำลังอันมหาศาลอย่างน่าตกใจจนเด็กหนุ่มปลิวถลา ขณะกำลังคว้ามีดที่หลุดมือ จะลุกขึ้นมาป้องกันตัว...


คมดาบจิ้งจอกครวญก็วาดเข้าตรงลำคออย่างรวดเร็ว...เพียงครั้งเดียว


ภาพสุดท้ายที่ยะเก็นเห็นผ่านม่านน้ำตา


คือร่างไร้ศีรษะของตนที่ล้มลงเคียงข้างพี่ชาย…


และ...เงาจันทร์เสี้ยวที่ทาบทับลงเบื้องหลังนาคิกิทสึเนะ


ไม่มีเสียงใดจากพี่น้องส่งมาถึงได้อีกตลอดกาล

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น