Title : ดารากร
Paring : โอคุริคาระ x ยามัมบะกิริ คุนิฮิโระ
Rate : PG-13
กลางมวลแสงระยับของเหล่าดารากร
แม้นมิอาจครอบครอง...จักขอปองทำลายให้สิ้นสูญ
ยามัมบะกิริ คุนิฮิโระ กำลังจะตาย…
ตายด้วยน้ำมือคนของที่เขารักสุดยิ่งในชีวิต
หยาดน้ำตาเอ่อคลอในดวงตา สะท้อนเงาภาพของคนที่อยู่เหนือร่าง น้ำหนักมือที่กดลงมาบนลำคอหน่วงหนัก ชะงักลมหายใจเขาแทบดับสิ้น ยามัมบะกิริพยายามดิ้นรน ทว่ามือทั้งสองกลับถูกตรึงไว้ด้วยปลายแหลมของดาบสลักลวดลายมังกรจนไม่อาจขยับเขยื้อน
ชั่วขณะหนึ่งในห้วงคำนึงที่เจียนสิ้นสูญ เขาอดลอบคิดขึ้นมามิได้ว่า...ตอนนี้อีกฝ่ายกำลังทำสีหน้าเช่นไรอยู่
จะเจ็บปวดไหม...ที่ฆ่าเขา
จะรู้สึกเสียใจไหม...หากเขาตาย
จะมีน้ำตาให้บ้างไหม...กับความสัมพันธ์ที่เคยมีต่อกันตลอดมา
คงไม่กระมัง...ในเมื่อผู้ชายคนนั้น คือโอคุริคาระนี่
ดาบเลียนแบบเช่นอย่างเขา ไม่มีสิทธิ์ใดไปเรียกร้องให้ใครหลั่งน้ำตาให้ ไม่มีคุณค่าพอให้ใครนึกเสียใจ ต่อให้คนผู้นั้นจะเป็นคนรักของตนก็ตามที
ยามัมบะกิริรู้สึกถึงความรวดร้าวจากส่วนลึกในหัวใจโรยแรง เสียงแผ่วเพรียกแว่วดังราวกับกังวานก้องมาจากสักหนแห่งที่ไกลแสนไกล กรีดดังเป็นเสียงหวนไห้
อยากมองตาเขาเป็นครั้งสุดท้าย อยากจุมพิตเขาเป็นครั้งสุดท้าย อยากโอบกอดเขาเป็นครั้งสุดท้าย...หากแต่มิอาจทำได้
ได้แต่เพียงร่ำไห้
ทวนถาม
และเสียใจอยู่เพียงลำพัง
ลมหายใจสุดท้ายกระตุกขาดห้วง ร่างกายที่ดิ้นรนเริ่มหยุดนิ่ง
ภาพสุดท้ายที่เห็นผ่านม่านหยาดน้ำตา...คือท้องนภาที่พราวพร่างด้วยแสงดารา
งดงามเฉกเช่นราตรีนั้นที่อิงแอบแนบชิด
มองดวงดาวข้างเคียงกัน
.
.
.
โอคุริคาระค่อย ๆ คลายมือจากรอบลำคอผอมบางยามเห็นว่าร่างเบื้องใต้แน่นิ่งไปสนิทแล้ว ปลายนิ้วขยับเกลี่ยหยาดน้ำตาจากพวงแก้มนวลขาว ก่อนริมฝีปากจะจรดจุมพิตลงเหนือหน้าผากที่ปรกด้วยเส้นผมสีทอง แล้วจึงผละออกมาทอดมองดวงตาที่เบิกค้างอยู่
ดวงตาสีดุจน้ำทะเลลึกที่เขาแสนรักใคร่...ถูกกลืนกินไปด้วยสีดำสนิท
เขาไม่มีทางเลือกอื่นใดเมื่อต้องเผชิญหน้ากับคนที่รักซึ่งผันกลายไปเป็นสิ่งอื่นที่ไม่เคยรู้จัก
โอคุริคาระพยายามทุกวิถีทางแล้ว แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่อาจเรียกคุนิฮิโระผู้เป็นที่รักคืนกลับมาได้...ไม่อาจครอบครองหัวใจกระด้างแข็งที่ไม่ใช่ของคุนิฮิโระอีกต่อไป
ครอบครองไม่ได้...เรียกคืนกลับมาไม่ได้…
เขาจึงจำต้องทำลายทิ้ง
ก่อนที่ความบ้าคลั่งจะทำให้คุนิฮิโระของเขาแปดเปื้อนมากไปกว่านี้
มือใหญ่บรรจงปิดเปลือกตาทั้งสองของคนรักอย่างทะนุถนอม ดึงดาบที่ใช้ตรึงสองมือของร่างไร้วิญญาณไว้กับพื้นออกมา ทอดดวงตาสีทองเรียวคมมองใบหน้างดงามที่เรียกได้ว่าเป็นผลงานชิ้นเอกจากฝีค้อนนายช่างผู้เลื่องนาม
วงแขนแกร่งช้อนรั้งร่างปวกเปียกมาแนบกอด กอดกระชับแนบสนิทเป็นคราสุดท้ายทั้งกายสะอื้นสั่น แล้วจึงประคองให้นอนราบลงในท่วงท่าสบายที่สุด ก่อนจะเงยขึ้นมองฟากฟ้าเกลื่อนดาวแสนพร่ามัว
ดีแล้วที่คุนิฮิโระไม่ได้เห็น...ไม่ได้เห็นน้ำตาของเขา
ดีแล้วที่ไม่ได้รับรู้ว่าเขาเสียใจเพียงไร...กับความตายที่อยู่เบื้องหน้า
ดีแล้วที่ไม่ได้สัมผัสถึงความเจ็บปวดของเขา...ยามลงมือฆ่าคนที่รักหมดหัวใจ
“รอข้า...คุนิฮิโระ”
คงมีเพียงมวลดาราที่ได้สดับยลเสียงทุ้มหนักกระซิบแผ่วนั้น
คงมีเพียงผืนแผ่นหล้าที่แลเห็นหยาดเลือดสาดกระเซ็นจากลำคอที่ถูกกรีดเปิดด้วยคมดาบของเจ้าตัวเอง
คงมีเพียงเสี้ยวจันทร์แสนงดงามบนฟากฟ้า...ที่เป็นพยานแก่ความตายที่เขาสังเวยแด่คนที่รัก
กลางมวลแสงระยับของเหล่าดารากร
แม้นมิอาจครอบครอง...จักขอปองพบพานเจ้าในชีวิตหน้า
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น