บทที่ ๘
『露天風呂』
บ่อน้ำร้อน
“เจ้าต้องชอบที่ที่ข้าจะพาเจ้าไปแน่ ๆ”
เสียงทุ้มของโคกิทสึเนะมารุเอ่ยกับนาคิกิทสึเนะที่ขี่หลังอยู่ แขนแกร่งกระชับรับน้ำหนัก ขณะที่เด็กสาวซุกใบหน้ากับเรือนผมนุ่ม ใช้ปลายนิ้วลูบเกี่ยวเล่นด้วยท่าทางเพลิดเพลิน มือเล็กของนางสวมกอดรอบคอเขาแน่น นี่เป็นครั้งแรกที่จะได้เปิดหูเปิดตา
หลังจากพูดคุยกับพวกทมโบะกิริเสร็จเรียบร้อย โคกิทสึเนะมารุก็ชวนให้นางขึ้นหลังเพราะลำพังตัวนาคิกิทสึเนะเองยังเดินได้ไม่ถนัดนักด้วยความเจ็บจากการร่วมรักหนักหน่วงก่อนหน้า แม้องค์หญิงน้อยจะงุนงง ทว่าก็ไม่ได้ปฏิเสธแม้แต่นิด จากนั้นเขาก็พานางออกจากค่ายพัก เดินตรงลิ่วเข้าไปในป่าลึก
“นาคิ...เจ้าอย่าเอาแต่เล่นผมข้าสิ มันยุ่งเหยิงหมดแล้วรู้ไหม?” ดวงตาสีแดงของชายหนุ่มเหลือบมองนิด ๆ มือก็จับกิ่งไม้ที่ยื่นมาขวางทางหลบ
“ข้าชอบ...ผมเจ้า” นาคิกิทสึเนะยิ้มบาง ๆ เล่นผมสีขาวอ่อนนุ่มต่อ ทำเอาโคกิทสึเนะมารุได้แต่ทอดถอนใจอย่างจำยอม อย่างไรเสียก็ดุด่านางไม่ลงจริง ๆ
“เจ้าดูชอบผมข้าเป็นพิเศษเลยนะ…”
“อื้ม…” เสียงหวานขานตอบเบา ๆ ก่อนที่นางจะซุกหน้าลงกับผมนุ่ม ๆ อย่างสบายใจ โคกิทสึเนะมารุส่ายหน้ายิ้ม ๆ กับตัวเองพลางเอี้ยวตัวไปจูบศีรษะของนางเบา ๆ อย่างเอ็นดูทีหนึ่งแล้วหันกลับไปดูทางต่อ นาคิกิทสึเนะหยีตานิด ๆ เมื่อถูกจูบก่อนจะหันมองบรรยากาศรอบ ๆ วงแขนเรียวกอดกระชับรอบคอชายหนุ่มให้ถนัด
“ที่นี่สวยมาก…”
โคกิทสึเนะมารุหัวเราะยามได้ยินเช่นนั้น ดวงตาสีแดงกวาดมองบริเวณโดยรอบที่เป็นป่าเงียบสงัดร่มรื่นพลางยิ้มกับตัวเอง อดคิดไม่ได้ว่าโชคดีไม่น้อยที่ได้มาอาศัยอยู่ที่แห่งนี้
“โลกภายนอกยังมีอิสระอีกมากมายให้เจ้าได้พบพานนะ นาคิ…” เสียงทุ้มเอ่ย แขนแกร่งกระชับแรงที่โอบประคองร่างน้อยบนแผ่นหลังให้ถนัดมากขึ้น นาคิกิทสึเนะชะโงกหน้ามาตรงไหล่เขา เอ่ยถามด้วยแววตาเป็นประกาย
“มากกว่านี้อีกหรือ?”
“อืม...แค่เจ้าอยู่กับข้าเท่านั้น ข้าจะพาเจ้าไปพบพานทุกที่ที่เจ้าไม่เคยเห็นเลย” ชายหนุ่มหันกลับไปมองใบหน้าหวานที่แนบอยู่ข้างแก้ม ฉีกยิ้มกว้างจนเห็นเขี้ยวขาว “และเจ้าจะไม่ต้องเป็นนกน้อยในกรงทองอีกต่อไป...เมียข้า”
เพียงถ้อยคำนั้น ดวงตาสีทองคู่กลมโตก็เป็นประกายระยิบระยับ เด็กสาวพยักหน้าหงึกหงักรับคำ ริมฝีปากบางคลี่เป็นรอยยิ้มหวานจนตาหยี ทำเอาโคกิทสึเนะมารุถึงกับชะงักค้างก่อนจะได้สติรีบหันขวับกลับไปมองทางทั้งใบหน้าสีเลือดฝาด เพราะเกรงใจตนจะอดทนไม่ไหว...จับจิ้งจอกน้อยแสนน่ารักบนหลังเคี้ยวกินเสียกลางป่า
นาคิกิทสึเนะกระชับอ้อมกอด มองเส้นทางโดยรอบด้วยความสนอกสนใจ นางมิเคยออกจากปราสาท ไหนเลยจะเคยเห็นทัศนียภาพแปลกตาเช่นนี้ บริเวณที่โคกิทสึเนะมารุพาเดินผ่านมาช่างงดงามเสียยิ่งกว่าจุดที่ตั้งค่าย ต้นไม้ใบหญ้าพลิ้วไสวล้อกับสายลมราวมีชีวิต อากาศที่เย็นเล็กน้อยพัดต้องผิวชวนให้รู้สึกสบายไปทั้งกาย กลิ่นหอมหวนของพฤกษชาติช่างตราตรึงในนาสิกประสาท
เป็นครั้งแรกจริง ๆ ที่นางรู้สึกเป็นอิสระเฉกเช่นนี้...เป็นครั้งแรกที่ได้สัมผัสกับสายลม เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าหายใจได้สะดวก เป็นครั้งแรกที่ราวกับจะยืดแขนขาไปได้ไกลเท่าไรก็ได้ดังปรารถนา
“เหมือนว่าใกล้ถึงจุดหมายแล้ว” โคกิทสึเนะมารุชี้บอกพร้อมกับสาวเท้าเร็วขึ้นอีกนิด ตื่นเต้นไม่ต่างกันที่จะนำทางนกในกรงไปพบเจอกับธรรมชาติที่นางไม่เคยรู้จัก นาคิกิทสึเนะเกาะไหล่ของเขา ชะโงกหน้ามาตรงบ่า จ้องมองเส้นทางด้านหน้าตาไม่กะพริบ
ชายหนุ่มก้าวเดินเร็วขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะแหวกกิ่งไม้ที่โน้มลงมาขวางทางออกจนภาพเบื้องหน้าปรากฏเด่นชัด นาคิกิทสึเนะเบิกตากว้าง ริมฝีปากเผยอน้อย ๆ ด้วยความตื่นเต้น
ตรงหน้าทั้งสองนั้นคือบ่อน้ำร้อนธรรมชาติขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ โอบล้อมด้วยบรรยากาศแสนงดงาม ก้อนหินตรงขอบบ่อจับเรียงตัวอย่างสวยงาม ไอร้อนขาว ๆ ลอยเจืออยู่เหนือผิวน้ำ ดูแปลกตาไม่น้อยสำหรับท่านหญิงจากในปราสาทแห่งคุนิโยชิ
“ที่นี่เป็นที่ลับของข้า เจ้าเป็นคนแรกที่ข้าพามาเชียว...” โคกิทสึเนะมารุยิ้มมองบ่อน้ำร้อนตรงหน้าแล้วหันไปหาเด็กสาวที่ตาเป็นประกายตื่นเต้น “เป็นอย่างไร ชอบไหม?”
“อื้ม ข้าชอบ…” นาคิกิทสึเนะยิ้มหวานมองบรรยากาศโดยรอบแล้วหันไปหาชายหนุ่มพลางกระชับกอดแน่น ๆ คล้ายจะเป็นการขอบคุณ หัวหน้ากลุ่มโจรหัวเราะน้อย ๆ แล้วค่อย ๆ ย่อตัวลง
“เชิญขอรับ องค์หญิง”
นาคิกิทสึเนะค่อย ๆ หย่อนตัวลงยืนก่อนจะเซนิด ๆ เพราะท่อนล่างยังไม่สู้จะมีแรงนักจนต้องเกาะแขนแกร่งไว้ประคองตัว ร่างเล็กผ่อนกายนั่งลงตรงขอบบ่อที่ไม่มีหินกั้นพลางใช้ปลายเท้าแตะผิวน้ำจนคิดว่าไม่ร้อนเกินจึงหย่อนขาลงไป
“อุณหภูมิพอใช้กับอากาศเช่นนี้เชียว” โคกิทสึเนะมารุนั่งยองใช้มือวัดอุณหภูมิพลางหันมองสาวน้อยข้างกาย “ได้ลงแช่สักหน่อยอาจจะดีต่ออาการเคล็ดของเจ้า”
นาคิกิทสึเนะพยักหน้าน้อย ๆ แล้วดึงชายชุดขึ้น มือเรียววักน้ำที่อุ่นพอเหมาะมาลูบตามเรียวขาตนเองอย่างอารมณ์ดี โดยไม่ทันสังเกตว่ามีสายตาของโคกิทสึเนะมารุที่หลุบลงมองผิวเนื้อเนียนขาวแล้วกลืนน้ำลายอึกใหญ่ก่อนที่เจ้าตัวจะรีบสะบัดหน้าไล่ความคิดลามกออกแล้วลุกขึ้นยืน
“เจ้าอยากลงแช่น้ำไหม นาคิ?”
“ข้ายังไม่อยาก..เจ้าลงก่อนเถอะ หากชินกว่านี้อีกสักนิดข้าอาจลงด้วย” เด็กสาวสั่นหัว โคกิทสึเนะมารุเลิกคิ้วมองคล้ายจะแปลกใจอยู่ในที
“เจ้ากลัวรึ?” ได้ยินดังนั้นท่านหญิงน้อยก็กะพริบตาปริบ ๆ แล้วหลุบตาลงพร้อมกับพยักหน้า ทำเอาชายหนุ่มนึกขันน้อย ๆ ก่อนจะนั่งยองลงจุมพิตบนหน้าผากนางเบา ๆ “กลัวอะไรรึ เมียรักของข้า?”
“มันร้อน...”
น่าเอ็นดูเสียจริง...จิ้งจอกน้อยตัวโตอดจะส่ายหน้ายิ้ม ๆ ไม่ได้ มือใหญ่ลูบลงกับเส้นผมสีเงินอ่อนนุ่มอย่างแผ่วเบา “มีข้าอยู่ด้วย เจ้าไม่ต้องกลัวหรอก”
“เจ้าลงก่อนเถอะ…” นาคิกิทสึเนะหลุบตาลงนิด ๆ มือเรียวเล็กจับมือของโคกิทสึเนะมารุบีบเบา ๆ ยังกลัวอยู่ไม่น้อยที่จะต้องหย่อนกายลงในน้ำที่ร้อนจนควันขึ้นเช่นนี้ ชายหนุ่มหรี่ตา ประสานมือบางไว้แน่นเอ่ยด้วยเสียงจริงจัง
“ข้าอยากลงพร้อมเจ้านะ”
แค่เพียงอ้อนด้วยคำหวานเล็กน้อย เด็กสาวผู้ไร้เดียงสาไม่เคยสัมผัสกับอะไรเช่นนี้ก็ระทดใจอย่างง่ายดาย ใบหน้าขาวนวลที่ปราศจากหน้ากากปกปิดแดงเรื่อขึ้นทันทีก่อนที่นางจะยอมผงกหัว โคกิทสึเนะมารุหัวเราะชอบใจพลางสวมกอดร่างบอบบางของเมียรักไว้แนบแน่น
“ถ้าลงแล้ว เจ้า...ห้ามทิ้งข้านะ” นาคิกิทสึเนะกอดตอบพลางเงยหน้ามองเขาด้วยสายตาหวานออดอ้อน ชายหนุ่มก้มมองแล้วทำคิ้วขมวดน้อย ๆ
“นาคิ...เจ้าพูดอะไรออกมา มีหรือที่ข้าจะทิ้งเจ้า หืม ๆ?” เด็กสาวยิ้มน้อย ๆ แล้วส่ายหน้าไปมา
“ไม่เลย…”
“หากเป็นเช่นนั้นเจ้าก็อย่าพูดอะไรที่มันเป็นไปไม่ได้เลย...เจ้านี่นะ” ร่างสูงส่ายหัวแล้วหยิกแก้มนวลนิ่มเบา ๆ อย่างหมั่นเขี้ยว นาคิกิทสึเนะยิ้มบางเอ่ยขอโทษแล้วเงยหน้ามองเขาด้วยแววตากลมใส
“ข้าอยากแช่น้ำกับเจ้า...”
“เอาสิ ถอดชุดของเจ้าออกเถอะ” โคกิทสึเนะมารุพยักหน้าน้อย ๆ พลางมองเด็กสาวที่ขานรับเสียงแผ่ว มือเรียวบางปลดเปลื้องโอบิออกจากเรือนกาย ท่าทางน่ารักปนเขินอายยามถอดผ้านั้น ทำเอาชายหนุ่มถึงกับกลืนน้ำลายเพราะเผลอนึกถึงอะไรที่ไม่ควรเข้า
“เจ้าไม่ถอดหรือ?” นาคิกิทสึเนะหันใบหน้าแดงเรื่อมาพลางวางโอบิลงข้าง ๆ ตัว ทำให้ร่างกายเหลือเพียงชุดที่คลุมไว้แบบหมิ่นเหม่เท่านั้น โคกิทสึเนะมารุแทบกัดลิ้นตัวเอง แต่ก็รีบกระแอมวางท่าให้ดี ๆ
“เจ้าถอดให้ข้าสิ” คำนั้นทำให้เด็กสาวหน้าแดงกว่าเดิม นางก้มหน้าลงงุดแล้วพยักหน้าก่อนจะขยับมาปลดเปลื้องอาภรณ์ของโคกิทสึเนะมารุออกช้า ๆ โดยไม่กล้าแม้แต่จะมองส่วนที่ต่ำลงไปกว่าเอว ซึ่งท่าทางเขินอายแสนน่ารักนั้นทำเอาจิ้งจอกน้อยตัวโตต้องทำหน้าข่มกลั้นอารมณ์สุดชีวิต
“นาคิ...เจ้าจะทำข้าบ้าคลั่งนะ” นาคิกิทสึเนะชะงักมือ หน้าแดงถอยกรูดและหันหลังหนีไปทันที
“เจ้ากลัวรึ?” โคกิทสึเนะมารุกะพริบตาช้า ๆ เมื่อเห็นเมียรักขยับหนีไปเช่นนั้น ชายหนุ่มเลื่อนกายตามไปสวมกอดนางเอาไว้ บดเบียดร่างแกร่งเข้าหาแผ่นหลังบาง “ได้กันมาตั้งหลายครั้งแล้ว...ยังจะต้องกลัวข้าอีกทำไมเล่า?”
สาวน้อยสะดุ้งเกร็งขึ้นทันทีที่สัมผัสได้ถึงความร้อนจากร่างกายที่แนบชิดสนิทกัน โคกิทสึเนะมารุหลุบสายตาลงมองใบหน้าหวานที่แดงก่ำไปหมดอย่างนึกเอ็นดูก่อนจะก้มลงจูบใบหูและคลอเคลียริมฝีปากไปมาด้วยความรักใคร่
เขาไม่ได้ใกล้ชิดสาวแรกรุ่นเช่นนี้มานานนัก พบหน้าบ้างเล็กน้อยก็เป็นเหยื่อโอชะยามดักปล้น หากแต่เป็นเพียงการผ่านกันไป อย่าว่าแต่แตะต้องเลย เขาไม่แม้แต่จะสบตาพวกนางด้วยซ้ำ แม้จะรู้ว่าตนถูกมองอยู่ด้วยแววตาหลงใหลก็ตามที
หากแต่กับธิดาผู้ครองแคว้นคุนิโยชิ แม้ได้ยินเพียงคำเล่าลือ ก็ทำให้โคกิทสึเนะมารุนึกโหยหาอยากจะครอบครองนางเสียเหลือเกิน…ผู้คนว่ากันว่า นางสวมหน้ากากปิดบังใบหน้าตลอดเวลา ท่วงท่ากิริยาดูสงบนิ่งและสง่างาม หากแต่น้อยคนและน้อยครั้งนักจะได้พบเห็น
อาจจะด้วยเพราะความลึกลับและสูงส่งเกินเอื้อมถึงนี้กระมัง...ทำให้ในใจของจอมโจรหนุ่มแห่งกลุ่มโจรป่าอินาริคิดอยากจะคว้ามาเป็นของตัว เพราะสำหรับเขาแล้ว...สิ่งใดที่ปรารถนา ย่อมต้องได้สำเร็จดังใจหมาย เช่นกันกับเด็กสาวผู้นี้…
ผิดแผนไปเล็กน้อยก็เมื่อตอนที่ทุกอย่างกลับตาลปัตร...หาใช่เขาที่ได้ครอบครองกายนาง แต่เป็นตัวชายหนุ่มเองที่ถูกนาคิกิทสึเนะช่วงชิงไปทั้งหัวใจด้วยความน่ารักและอ่อนหวานชวนให้ชิดใกล้
“ลงแช่น้ำไหม?” นาคิกิทสึเนะหันมาเอ่ยเสียงเบา ชายหนุ่มยิ้มบาง ๆ ก้มลงหอมแก้มนวลนุ่มอย่างแผ่วเบา
“เอาสิ...ข้าไม่อยากห่างจากเมียข้าหรอกนะ...แม้เพียงชั่ววินาทีก็ตาม” เด็กสาวยิ้มยามได้ยินเช่นนั้น มือเรียวร่นชุดที่คลุมกายลงวางไว้ข้าง ๆ พร้อมกับโคกิทสึเนะมารุ ก่อนที่วงแขนแกร่งจะกระชับอุ้มนางขึ้นแล้วค่อย ๆ ก้าวลงไปในบ่อน้ำร้อน
นาคิกิทสึเนะกอดแขนบังรอบอกตนเองไว้ด้วยความเขินอายเพราะไม่เคยเปลือยในที่แจ้งเช่นนี้ ขณะสะดุ้งน้อย ๆ เพราะน้ำร้อนถูกบั้นท้ายเข้า
“ใจเย็น ๆ นาคิ...ข้าอยู่ด้วยกันกับเจ้าเสมอ” โคกิทสึเนะมารุเอ่ย จูบประทับข้างแก้มนางอย่างปลอบโยนพลางค่อย ๆ หย่อนกายนั่งลงในบ่อน้ำร้อน นาคิกิทสึเนะกระชับกอดรอบคอเขา ผ่อนคลายลงเล็กน้อยเมื่อเริ่มปรับร่างกายได้ ชายหนุ่มขยับที่ทางให้พอดีแล้วประคองร่างบอบบางไว้บนตัก “ร้อนกำลังดีเลยนะ”
“อื้ม…” นาคิกิทสึเนะขานรับเบา ๆ ก้มมองน้ำร้อนด้วยความสนใจพลางใช้มือวักขึ้นมาดู ขณะโคกิทสึเนะมารุรวบผมตนขึ้นให้พ้นน้ำก่อนจะจูบหน้าผากนางแผ่ว ๆ เด็กสาวหยีตายิ้มบาง ยกมือลูบแก้มเขาด้วยความรักใคร่ ร่างสูงอดหัวเราะไม่ได้แล้วหันไปจูบฝ่ามือนุ่มที่ไม่เคยต้องงานอย่างอ่อนโยน ทำเอาดวงหน้าหวานแดงเรื่อขึ้นมาทันทีตามวิสัย
เพราะน่ารักเช่นนี้...สามวันมานี่จึงถูกกกกอดไม่ยอมปล่อยไงเล่า ดวงตาคู่คมทอดสบตานางที่ก้มหลบงุดอยู่เป็นพัลวันขณะคลอเคลียริมฝีปากกับมืออ่อนบาง หยอกเล่นเข้าหน่อยก็เขินอายม้วนต้วน น่าแกล้งเสียไม่มี
“เจ้าทำเหมือนจะถูกข้ากินเลยนะ...นาคิกิทสึเนะ” ชายหนุ่มผละริมฝีปากแล้วขยับไปกระซิบข้างหูนางอย่างแผ่วเบา เด็กสาวสะดุ้งเฮือก เบือนใบหน้าหนีไปอีกทาง
“ข้าเปล่า...นี่นา”
“หืม…”
พอไม่รู้จะโต้เถียงอันใด ความเขินอายก็แผ่ซ่านไปทั่วจิตใจ เด็กสาวขยับกายจะหนีลงไปนั่งข้าง ๆ หากแต่วงแขนแกร่งกลับกระชับแน่นทันทีที่นางกระดิกตัว รวบเอวเล็กบางให้กลับมาอยู่ ณ ตำแหน่งเดิม นาคิกิทสึเนะที่เสียศูนย์นิด ๆ เซชนเข้ากับอกแกร่งกว้าง ยิ่งขับสีผิวระเรื่อให้เห็นชัดมากขึ้นอีก
“อย่าห่างข้าไปไหนสิ…”
“ข้าแค่...จะลงไปนั่งข้าง ๆ เจ้า…” เสียงหวานเอ่ยแผ่วจนเหมือนพึมพำกับตัวเอง โคกิทสึเนะมารุก้มลงซุกซอกคอหอม ใช้ปลายจมูกดุนดันกับเนื้อนิ่มคล้ายเด็กน้อยกำลังออดอ้อน
“นั่นมันก็ห่างจากข้านะ”
“ข้าไม่ได้ตั้งใจจะห่างเจ้า” นาคิกิทสึเนะครางเสียงเครือ นางก้มหน้างุดหันไปซุกแผ่นอกกว้าง ชายหนุ่มก้มมองพลางกระชับอ้อมกอดแล้วซุกใบหน้ากับแก้มนวล
“ข้าไม่ได้จะพูดให้เจ้ารู้สึกผิดนะ...จริง ๆ เลย”
เด็กสาวขานรับเบา ๆ เมื่อได้ยินเสียงกระซิบแนบชิดใบหู มือเรียวยกขึ้นลูบผมคนขี้อ้อนก่อนจะกอดตอบแน่นขณะที่ริมฝีปากของโคกิทสึเนะมารุประทับแนบลงบนพวงแก้มนุ่มนิ่ม เรียกรอยยิ้มเล็ก ๆ จากนางได้เป็นอย่างดี “โคกิทสึเนะมารุ...นี่คือ… ‘ความรัก’ หรือ?”
โจรหนุ่มผละใบหน้าออกมาพลางขมวดคิ้วมองหน้านางทันที “แล้วเจ้าคิดว่ามันเป็นอะไรกันเล่า?”
“ข้าไม่รู้...ไม่รู้จักความรักนัก” นาคิกิทสึเนะเอ่ย เงยหน้ามองเขาด้วยดวงตาสีทองกลมใส โคกิทสึเนะมารุยกมือขึ้นกุมแก้มเนียนทั้งสองข้างไว้ สบเนตรนางอย่างจริงจัง
“ตอนนี้เจ้าก็รับรู้มันได้แล้ว...ถูกไหม?”
เด็กสาวกะพริบตา เอียงแก้มแนบกับมืออุ่นพลางใช้มือเล็ก ๆ ของนางกุมมือของชายหนุ่มเอาไว้ โคกิทสึเนะมารุทอดสายตามองใบหน้าขาวนวลที่ก้มลงน้อย ๆ เห็นริมฝีปากสีชมพูบางแย้มยิ้ม “ยามอยู่กับเจ้า...ข้ามีความสุขมาก”
“นั่นน่ะก็คือความรักอย่างไรเล่า...เจ้านี่นะ” ไม่รู้จะขำหรือจะรู้สึกเช่นใดกับความใสซื่อไม่รู้อะไรของเมียรักดี โคกิทสึเนะมารุส่ายหน้าวืดพลางโน้มลงแนบหน้าผากกับหน้าผากนางอย่างแผ่วเบา นาคิกิทสึเนะยิ้มอ่อนหวาน
“แล้วเจ้าล่ะ...เจ้ารู้สึกเช่นข้าไหม?”
“เจ้าถามอะไรบ้า ๆ อีกแล้ว…” เสียงทุ้มกดต่ำลงคล้ายกำลังไม่พอใจ ใบหน้าคมคายซุกลงกับซอกคอขาว “ต้องรู้สึกอยู่แล้วสิ...เจ้าไม่รู้หรือไรว่าข้า ‘รัก’ เจ้ามากเพียงไหน นาคิกิทสึเนะ”
สิ่งที่ชายหนุ่มไม่ได้บอกออกไปคือเขารักนางอย่างไม่ตั้งใจ จากเพียงปรารถนาจะพบหน้า อยากจะครอบครอง กลับกลายเป็นหลวมตัวตกลงในหลุมดักของจิ้งจอกน้อยตัวกระจ้อยแสนน่าเอ็นดู และไม่ว่าจะทำอย่างไร ตะเกียกตะกายเพียงไหนก็ไม่อาจกลับขึ้นไปจากหลุมนั้นได้...เพียงแค่สามวันที่ได้กกกอดนาคิกิทสึเนะ หัวใจของเขาก็มอบให้นางไปหมดสิ้นแล้ว
เด็กสาวหลุบสายตามองคนที่ซุกอยู่แนบคอ มือเรียวยกขึ้นลูบหัวปลอบเขาอย่างอ่อนโยนก่อนจะสวมกอดเอาไว้แน่น ๆ “ข้าขอโทษ...ที่ถามอะไรไม่เข้าท่า”
“ช่างเถอะ...เจ้าจะถามอีกสักกี่ครั้ง ข้าก็จะยังคงตอบเจ้าได้ทุกครั้งไป...เมียข้า” โคกิทสึเนะมารุเงยหน้าขึ้น จูบประทับบนกลีบริมฝีปากบาง ตราตรึงความรู้สึกนึกคิดให้นางได้รับรู้ นาคิกิทสึเนะจูบตอบเบา ๆ ก่อนที่จะค่อย ๆ ผละจากกันไปอย่างเชื่องช้า ความโหยหาเล็ก ๆ บังเกิดขึ้นในเสี้ยวความรู้สึกทั้งสองฝ่าย ร่างบางเอนกายเข้าซุกซบไหล่กว้างแกร่ง เอ่ยกระซิบถ้อยในใจที่บัดนี้ชัดแจ้งขึ้นอย่างไร้ข้อกังขาอีกต่อไป
“ข้ารักเจ้า...โคกิทสึเนะมารุ”
“ข้ารักเจ้ามาก...นาคิของข้า” ชายหนุ่มเอ่ยตอบ กอดกระชับร่างบอบบางที่เปลือยเปล่าให้แนบสนิท นาคิกิทสึเนะเพียงพยักหน้าน้อย ๆ โดยไม่ตอบอันใด ทำให้โคกิทสึเนะมารุเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจก่อนจะก้มลงมอง “นาคิ?”
ใบหน้าของนางแดงก่ำ ริมฝีปากเริ่มเผยอหอบหายใจ โคกิทสึเนะมารุแนบแก้มกับหน้าผากมน รู้สึกได้ทันทีถึงอุณหภูมิที่เพิ่มสูง นางเพิ่งเคยลงแช่น้ำร้อนเป็นครั้งแรก คงจะยังปรับตัวได้ไม่ดีนัก วงแขนแกร่งรีบกระชับอุ้มร่างเล็กขึ้นจากบ่อ แล้วคว้าเอาชุดคลุมตัวนอกของตนมาคลุมกายบางให้
“ไหวไหม?” เอ่ยถามด้วยความห่วงใยพลางคอยลูบแก้มลูบคอปลอบโยนนาง นาคิกิทสึเนะที่ยังคงเวียนหัวกระชับชุดคลุมกายแล้วพยักหน้า
“นั่งพักสักครู่คงดีขึ้น…”
“หากไม่ไหวก็ไม่ต้องฝืนนะ” โคกิทสึเนะมารุบอกพร้อมกับจูบหน้าผากนางอย่างแผ่วเบา ก่อนที่นาคิกิทสึเนะจะเงยใบหน้าที่แดงเรื่อขึ้นมองเขา ทำเอาชายหนุ่มถึงกับชะงักงัน...นางช่างดูน่ารักน่าเอ็นดู และน่ากลืนกินไปพร้อมกันในคราวเดียว โจรหนุ่มเม้มปาก รู้ตัวว่าส่วนลึกในกายเขาแทบไม่อาจอดทนต่อความยั่วยวนแสนใสซื่อนี้ได้อีกแล้ว
“อย่าได้ฝืนเลย…” กลับกลายเป็นเสียงของนาคิกิทสึเนะที่ดังขึ้นพร้อมกับมือเรียวบางที่เอื้อมมาลูบแก้มสาก โคกิทสึเนะมารุจ้องตานาง กัดฟันน้อย ๆ คล้ายจะยังลังเลด้วยรู้ดีว่าร่างตรงหน้ายังบอบช้ำอยู่ไม่น้อยจากการกระทำของตนเอง
“เจ้าต่างหากล่ะ…”
ได้ยินดังนั้นท่านหญิงน้อยก็ยิ้มหวาน เป็นรอยยิ้มที่หวานล้ำบริสุทธิ์จนแม้แต่โจรหนุ่มแห่งป่าอินาริยังรู้สึกว่ามิอาจแตะต้องมันได้ด้วยมือเปล่าแสนหยาบโลน
“เช่นนั้น...เราก็ไม่ต้องฝืนไปด้วยกันนะ?”
อา...พอกันที
“ให้ตายสิ...เจ้าจะทำให้ข้าบ้าคลั่งแล้วจริง ๆ”
เอ่ยเพียงเท่านั้นก่อนจะรวบร่างบางลงนอนกับพื้น ริมฝีปากร้อนประทับแนบลงบนหน้าผากมนได้รูปก่อนจะค่อย ๆ ไล้ระเรื่อยลงมาตามสันจมูกและปลายจมูก เปลือกตา ประทับลงบนลำคอขาวนวลแล้วแยกคมเขี้ยว ขบเม้มฝากรอยความเป็นเจ้าของทิ้งเอาไว้จนนาคิกิทสึเนะต้องร้องด้วยความเจ็บ มือใหญ่ร้อนลูบไล้ไปตามขาอ่อนเนื้อนิ่มโดยที่เด็กสาวก็ขยับแยกขาให้อย่างรู้หน้าที่
มิเสียทีที่ฝึกสอนเข้มข้นมาถึงสามวันสามคืน…
โคกิทสึเนะมารุตวัดลิ้นเลียรอยที่ทิ้งไว้บนผิวนวลแล้วจึงค่อย ๆ ผละริมฝีปาก เลื่อนไล้ผ่านกลางทรวงอกได้รูปลงไปถึงยังหน้าท้อง
“อา...โคกิทสึเนะมารุ” นาคิกิทสึเนะปรือตานิด ๆ มองชายหนุ่มที่คลอเคลียอยู่ตรงแถวหน้าท้อง
“ตัวเจ้าร้อนมาก...เป็นเพราะน้ำในบ่อรึ?” ริมฝีปากที่เอ่ยถามจูบประทับลงบนหน้าท้องแบนราบ พลางไล้เม้มไปตามผิวเนื้อบางอย่างชอบใจ นาคิกิทสึเนะส่ายหน้าไปมานิด ๆ แล้วมองเขาด้วยสายตาคลอ ๆ
“เพราะเจ้า…”
“หืม...เพราะข้ารึ?” ชายหนุ่มเหลือบสายตาขึ้นมองใบหน้านวลงามทั้งรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม ก่อนจะก้มลงจุมพิตลงบนเนินเนื้อสาวอ่อนนุ่มจนท่านหญิงน้อยต้องสะดุ้งเกร็งขึ้นนิด ๆ หากแต่ดวงตาของนางกลับเฝ้ามองเขามิวายยามริมฝีปากร้อน ๆ ไล้จูบลงเรื่อยจนปลายลิ้นเริ่มตวัดเลียกลีบบางสีหวาน สอดแทรกรุกล้ำเข้าไปตรงนั้นตรงนี้อย่างซุกซน
“อ๊าาา! อื๊มมมม!” นาคิกิทสึเนะสะดุ้งหลับตาปี๋ ลมหายใจหอบกระชั้นขึ้นยามถูกเล่นสนุกกับส่วนอ่อนไหวที่ยังไม่หายช้ำดีนัก ความเสียวซ่านแล่นผ่านไปทั่วทั้งสรรพางค์กายจนนางแทบเกินทานทน มือเล็ก ๆ กดลงกับบ่ากว้าง ครางเสียงหวานเบาเมื่อชายหนุ่มใช้นิ้วแยกกลีบบาง ตวัดลิ้นชิมเชยนางเจียนจะขาดใจ
ร่างบอบบางค่อย ๆ ยันตัวลุกขึ้นนั่ง ก้มลงประทับจุมพิตแล้วซุกลงบนเรือนผมอ่อนนุ่มกรุ่นหอมของเขา โคกิทสึเนะมารุผละริมฝีปาก เงยหน้าขึ้นจูบปลายคางมนอย่างแผ่วเบาก่อนที่นาคิกิทสึเนะจะก้มลงจูบประทับบนริมฝีปากของเขาตอบ นิ้วเรียวยาวแทรกสอดเข้าในช่องทางคับร้อน รู้สึกได้ทันทีถึงเนื้อที่ตอดรัดแน่น
มือเล็กของสาวน้อยประคองใบหน้าเขาไว้ ขยับริมฝีปากคล้ายจะทำตามที่เคยได้รับสอนสั่งมา เรียกความนึกเอ็นดูให้โคกิทสึเนะมารุได้เป็นอย่างดี ลิ้นสากร้อนค่อย ๆ รุกล้ำเข้าในโพรงปากหวาน ตวัดเกี่ยวลิ้นอ่อนนุ่ม กระชับร่างเล็กให้เอนกายกลับลงนอนเหมือนเคยขณะนิ้วก็ยังคงทำหน้าที่อย่างไม่บกพร่อง ซ้ำยังเริ่มแทรกนิ้วที่สองเข้าไปแยกช่องทางคับแคบมากขึ้นอีก
โคกิทสึเนะมารุผละริมฝีปากช้า ๆ หากแต่ลิ้นยังคงกระหวัดเกี่ยวปลายลิ้นนางไม่ปล่อย ปลายนิ้วของชายหนุ่มควานกวาดไปทั่วช่องทางร้อนผ่าว กระตุ้นเร้าอารมณ์รักให้แตกซ่าน นาคิกิทสึเนะกายสั่นพร่าเมื่อเขายอมปล่อยลิ้นนางเป็นอิสระ
“ร้อนจริงนะ…” เอ่ยยิ้ม ๆ มองร่างบอบบางที่หอบหายใจถี่ขณะถอนนิ้วออกมาช้า ๆ ดวงตาสีทองคู่เรียวปรือขึ้น พวงแก้มสีชมพูแดงจัดด้วยถูกปลุกกระตุ้นมานานหลายนาที ริมฝีปากเล็ก ๆ เผยอเอ่ย
“ข้ารักเจ้า…”
“ข้ารักเจ้ามาก...นาคิ” โคกิทสึเนะมารุก้มลงจูบหน้าผากมนที่ชื้นเหงื่อพลางแทรกกายอยู่ตรงกลางเรียวขาทั้งสองข้างก่อนจะสอดใส่ความเป็นชายของตนเข้าไปอย่างช้า ๆ นาคิกิทสึเนะหลับตาปี๋กอดรอบคอเขาไว้แน่นยกเอวรับสิ่งที่ผ่านเข้ามาภายใน โดยหารู้ไม่ว่าท่าทางใสซื่อนั้นช่างสุดแสนจะยั่วยวนจนชายหนุ่มทนไม่ไหวเผลอกระแทกร่างเข้าไปเต็มแรง
“อ๊าาาา!!” เด็กสาวสะดุ้งแอ่นกายขึ้นทันทีด้วยความไม่ตั้งตัว รู้สึกได้ถึงสัมผัสร้อนผ่าวจากแรงเสียดสี โคกิทสึเนะมารุยกเอวนางขึ้นเกยตัก
“นาคิ...ข้ากำลังจะบ้าคลั่ง” เสียงทุ้มเอ่ยแผ่วราวกระซิบก่อนที่จะขยับกระแทกร่างเข้าไป นาคิกิทสึเนะหลับตาปี๋ เกร็งเอวตอดรัดสัมผัสแน่นอย่างมิอาจต้านทาน กระตุ้นให้สติของชายหนุ่มยิ่งกระเจิดกระเจิง มือใหญ่เลื่อนลงบีบบั้นท้ายขาวอ่อนนุ่ม ขยับกายเข้าใส่อย่างไม่คิดจะยั้งแรงอีกต่อไป “อาา...นาคิ ข้ารักเจ้า!”
“อ๊าาา! ข้า...ข้าก็รักเจ้า...โคกิ...อื๊มมม!” เด็กสาวหอบหายใจถี่ กอดรัดร่างแกร่งไว้แน่นขณะเอวบางบิดเร้ารับแรงเสียดสีจนโคกิทสึเนะมารุต้องกัดฟันแน่นแล้วกระแทกร่างเข้าไปอีกด้วยหยุดไม่ได้ เสียงครางสองเสียงดังประสานกันตามจังหวะร่างกายที่ถี่รัวมากขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนที่ต่างฝ่ายต่างก็ล้นปริ่มด้วยอารมณ์ ชายหนุ่มเกร็งตัวปลดปล่อยหยาดหยดเติมเต็มในกายนางขณะที่นาคิกิทสึเนะก็กระตุกร่างปลดปล่อยออกมาพร้อม ๆ กัน
“นาคิ…” โคกิทสึเนะมารุกระชับอ้อมกอด คลอเคลียแก้มกับเรือนผมสีเงินอ่อนนุ่มของเมียรัก เด็กสาวหัวเราะน้อย ๆ แล้วจูบแก้มเขาเบา ๆ ก่อนที่ชายหนุ่มจะหอมแก้มนางตอบฟอดใหญ่ “ชื่นใจจริง ๆ”
“ฮะ ๆ ข้าดีใจ…” ท่านหญิงน้อยยิ้มพลางซุกไหล่กว้างอบอุ่นอย่างสบายใจ “กลับบ้านกัน...นะ?”
ร่างสูงผละออกมานิด ๆ มองเด็กสาวที่เงยหน้ามองเขาตาใส...ลึก ๆ แล้วโคกิทสึเนะมารุรู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูกเมื่อได้ยินนางเรียกที่ของเขาว่า ‘บ้าน’ อย่างไม่มีทีท่าตะขิดตะขวงใจ นาคิกิทสึเนะยิ้มหวาน โอบกอดรอบคอเขาคล้ายจะออดอ้อน
“งั้นอาบน้ำก่อนจะกลับแล้วกัน” โคกิทสึเนะมารุว่า ค่อย ๆ ขยับถอนกายออกจากช่องทางอ่อนนุ่มก่อนจะอุ้มนางขึ้นมาไว้แนบอก
“เจ้าเคย...ทำเช่นนี้กับหญิงอื่นไหม?” จู่ ๆ นาคิกิทสึเนะที่กอดรอบคอเขาอยู่ก็เอ่ยถามขึ้น ทำให้โคกิทสึเนะมารุต้องขมวดคิ้วน้อย ๆ แล้วหันไปมองนางด้วยสายตานิ่ง ๆ
“ก็เคย…”
“เป็นเช่นไรรึ?” เสียงหวานถามอีก ชายหนุ่มผ่อนลากลมหายใจยาว ไม่ได้ลำบากใจอะไรที่จะตอบคำถามแค่เท่านี้ เพียงแค่กำลังนึกย้อนไปถึงเรื่องที่เกิดขึ้นแล้วตอบเสียงเบาขณะก้าวลงในบ่อน้ำร้อนดังเดิม
“อื้ม มันก็นานมากแล้ว…”
นาคิกิทสึเนะเอียงคอน้อย ๆ พลางยิ้มบาง “เช่นนั้นก็ดีแล้วล่ะ” คำพูดของเมียรักทำเอาโคกิทสึเนะมารุขมวดคิ้วด้วยความฉงน เขาก้มลงมองนาง สบสายตาสีทองคู่หวาน
“ดีรึ?”
“เพราะเจ้าไม่มีใครมานานแล้ว...” เด็กสาวผงกหัวนิด ๆ แล้วเอียงคอซบกับไหล่กว้าง รอยยิ้มบางผุดพริ้มด้วยท่าทางที่มีความสุข ท่ามกลางความแปลกใจของโคกิทสึเนะมารุ ปลายนิ้วชายหนุ่มยกขึ้นแตะปลายจมูกเล็กเบา ๆ
“เจ้าช่างพูดอะไรน่ารักจริงนะ…” ดวงตาเรียวหยีลงนิด ๆ ก่อนจะช้อนมองเขาคล้ายจะถามว่าน่ารักอย่างไร โคกิทสึเนะมารุไม่ตอบ กระชับวงแขนกอดนางให้แน่นขึ้นอีก “การมีเมียมันดีแบบนี้เองสินะ”
“หืม?” นาคิกิทสึเนะเอียงคอสงสัย หากแต่ก็ไม่ได้ซักไซ้ไล่ความแต่อย่างใดเพียงแค่โอบกอดตอบเขาเอาไว้ “หากเจ้าดีใจ...ข้าก็ดีใจเช่นกัน”
“ข้าดีใจสุด ๆ” เสียงทุ้มตอบเบาขณะเกยคางลงกับเรือนผมนุ่ม เขามิได้รู้สึกยินดีอะไรมากเท่านี้มานานแล้ว ไม่รวมกับที่ได้ข่าวเรื่องขบวนเดินทางของนาคิกิทสึเนะที่ชายหนุ่มต้องปกปิดความรู้สึกเอาไว้เต็มที่เพื่อไม่ให้ลูกน้องตนล่วงรู้ว่าดีใจแค่ไหนที่จะได้พบหน้าท่านหญิงน้อยที่เฝ้าฝันมาเนิ่นนาน
“ข้ารักเจ้า...ตั้งแต่แรกเห็น” เด็กสาวเอ่ยเสียงเบาเรียกความสนใจให้โคกิทสึเนะมารุก้มลงมองนางได้ไม่ยากนัก
“หืม? ทั้งที่เจ้าต่อต้านข้าในทีแรกน่ะหรือ?”
“เพราะเจ้าใช้กำลังกับข้าต่างหาก...” พูดเช่นนั้นแม้ในตอนนี้นางจะมิได้ขุ่นเคืองอะไรเลยแม้แต่นิดที่โคกิทสึเนะมารุทำรุนแรงกับนางในทีแรก เพราะยามเมื่อกลับมาคิดอีกที...จิตใจนางในตอนนั้นโอนอ่อนตามอารมณ์ที่เขาป้อนให้อย่างเต็มที่ไปเสียแล้ว
“งั้นหรอกรึ…” โจรหนุ่มหัวเราะนิด ๆ พลางประคองจับนางขึ้นนั่งตัก นาคิกิทสึเนะขยับตัวนั่งดี ๆ แล้ววักน้ำขึ้นลูบแผ่นอกกว้างทำความสะอาดคราบเหงื่อไคลให้เขาอย่างแผ่วเบา
“ข้าไม่เคยคิด...ว่าจะมีสัมพันธ์กับชายใดเช่นนั้น”
“แม้ว่าเจ้าจะต้องแต่งงานกับคู่หมั้นน่ะรึ?” โคกิทสึเนะมารุก้มลงมอง ใช้ริมฝีปากเคลียกับหน้าผากมนของคนที่ก้มหน้างุดอยู่อย่างแผ่วเบา
“ข้า...นึกภาพความสัมพันธ์เช่นนั้นกับคู่หมั้นไม่ออก” ภาพของอิจิโกะที่นางเห็นตลอดมานั้นช่างแสนสุภาพและอ่อนโยน แม้ก่อนพบกับโคกิทสึเนะมารุ นาคิกิทสึเนะจะไร้ซึ่งประสบการณ์ แต่เมื่อเปรียบเทียบกับบทรักร้อนเร่าที่ชายหนุ่มสอนสั่งมาตลอดสามวันสามคืน เด็กสาวก็นึกภาพอิจิโกะที่ทำเช่นนั้นไม่ออกจริง ๆ
“เช่นนั้นย่อมดี…” ท่าทางเช่นนั้นเรียกรอยยิ้มจากโคกิทสึเนะมารุได้เป็นอย่างดี มือใหญ่วักน้ำขึ้นลูบไหล่เล็กกลมกลึงอย่างช้า ๆ นาคิกิทสึเนะเงยหน้าขึ้นคล้ายจะถามว่าเหตุใดจึงดี “ดีที่เจ้านึกความสัมพันธ์กับชายอื่นไม่ออก เจ้าจะได้คิดถึงแต่ข้า โคกิทสึเนะมารุ สามีของเจ้า”
ใบหน้าหวานแดงเรื่อทันทีที่ได้ยินเช่นนั้นก่อนที่นางจะก้มลงซุกอกกว้างของเขามิให้ได้เห็นความเขินอายที่แล่นริ้วบนพวงแก้มตนเอง โคกิทสึเนะมารุเลิกคิ้วแปลกใจแล้วก้มลงมอง
“นาคิ?”
“ข้า...คิดถึงเจ้า แม้ในยามนี้…” เสียงอ่อน ๆ เอ่ยตอบเบาทำเอาชายหนุ่มที่มองอยู่ตลอดเวลาเริ่มรู้สึกเกินอดกลั้นขึ้นมาอีกครั้ง บางทีเขาชักเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าคิดถูกแน่หรือที่ลักตัวนางมาเป็นเมีย มือใหญ่รวบเข้าที่บั้นเอวคอดกิ่ว ยกร่างนางขึ้นนิด ๆ
“นาคิ...เจ้าชักจะน่ารักมากไปแล้วนะ” ริมฝีปากหยักได้รูปคลี่ยิ้มร้ายกาจ ปลายลิ้นตวัดเลียคมเขี้ยวตนเองอย่างนักล่าที่กำลังจะได้ลิ้มลองเหยื่ออันโอชะ ซึ่งนาคิกิทสึเนะที่เห็นท่าทางเช่นนั้นก็หน้าแดงก่ำ รู้ทันทีว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับตัว
“มาให้ข้ารักอีกสักรอบเสียโดยดี...ข้อหาทำตัวน่ารักกับผัว”
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น