บทที่ ๙
『小魚』
ปลาน้อย
สึรุมารุถลันกายออกจากห้องนอนทันทีที่อาโอเอะมาแจ้งว่ามิคาสึกิกลับมาแล้ว ซ้ำยังได้รับบาดเจ็บกลับมาอีกต่างหาก แม้จะไม่ได้อันตรายถึงชีวิตแต่ก็อ่อนล้าอยู่มาก นางใจไม่สงบมาหลายวันแล้วนับตั้งแต่มิคาสึกิเดินทางไป คล้ายจะมีสังหรณ์ไม่ดีบางอย่าง
แต่ไม่นึกเลยว่ามันจะกลายเป็นจริง
ขณะที่วิ่งตรงไปยังห้องที่มิคาสึกิพักรักษาตัว หญิงสาวก็นึกโทษตัวเองเป็นร้อยเป็นพันครั้ง...ว่านางได้นำโชคร้ายมาสู่ผู้ครอบครองอีกแล้วอย่างนั้นใช่ไหม และครั้งนี้ คือคนที่นางไม่ปรารถนาจะให้เป็นอะไรไปอย่างที่สุด
“โอ๊ะ! สึรุมารุ ใจเย็นก่อน” เพราะรีบร้อนมากไปจึงชนเข้ากับอิชิคิริมารุที่เดินสวนมาเข้าโดยบังเอิญ เขาประคองนางเอาไว้แล้วยิ้มบาง ๆ “จะรีบไปหามิคาสึกิรึ?”
“อิชิคิริมารุ! มิคาสึกิเป็นอย่างไรบ้าง!?” มือเรียวจับคว้าที่แขนชายหนุ่ม ร้องถามด้วยความร้อนรน อิชิคิริมารุส่ายหน้าน้อย ๆ แล้วจับไหล่นางทั้งสองข้างเหมือนปลอบให้ใจเย็นลงเสีย
“มิคาสึกิปลอดภัย...ถูกแทงลึกอยู่ เสียเลือดพอสมควร แต่มีดไม่เข้าอวัยวะสำคัญ รอแค่ให้แผลหายเท่านั้นล่ะ” ได้ยินดังนั้นสึรุมารุก็ถอนหายใจเฮือกแล้วเซซุกกับอกกว้างของอิชิคิริมารุ ชายหนุ่มหัวเราะเบา ๆ อย่างไม่ถือสาพลางลูบหัวนาง “เจ้าไปหามิคาสึกิเถอะ...ตอนนี้เจ้านั่นตื่นแล้ว จะหลับหรือจะตื่นก็พร่ำเพ้อหาเจ้าไม่ขาดปาก ข้าทำแผลไปยังรำคาญจะแย่”
“อื้อ ขอบคุณนะ อิชิคิริมารุ” หญิงสาวยิ้มบางก่อนจะเดินตรงไปยังห้องของมิคาสึกิ โดยมีสายตาอบอุ่นอ่อนโยนของอิชิคิริมารุที่มองตามไปอย่างนึกเอ็นดู
สึรุมารุชะลอฝีเท้าลงเมื่อใกล้จะถึงประตู ความตั้งใจทีแรกที่จะเปิดประตูโผล่เข้าไปหามิคาสึกิให้เร็วที่สุดถูกแทนที่ด้วยความกังวลเดิม ๆ ที่เกาะกินในใจ...เป็นเพราะนางอย่างนั้นใช่ไหม มิคาสึกิถึงเสี่ยงตายเช่นนี้...เป็นเพราะนางที่นำความโชคร้ายมาให้อย่างนั้นใช่ไหม?
กระเรียนขาวกำมือแน่นก่อนจะผ่อนลมหายใจแล้วค่อย ๆ แง้มประตูนิด ๆ แอบมองคนที่อยู่ภายในห้อง...เขานอนอยู่นิ่ง ๆ ทอดสายตามองเพดาน ใบหน้างดงามซีดเซียวลงไปเล็กน้อยอาจเพราะเสียเลือด ขณะที่หญิงสาวกำลังยืนลังเลว่าจะเข้าไปดีหรือไม่นั้น เสียงทุ้มก็ดังขึ้นเสียก่อน
“สึรุ?”
เจ้าของนามสะดุ้งเฮือกรีบหลบกลับไปหลังประตูแล้วกระแอมน้อย ๆ ก่อนจะแกล้งดัดเสียงเอ่ยตอบกลับไป “ข้าไม่ใช่สึรุสักหน่อย”
มิคาสึกิที่อยู่ในห้องเลิกคิ้วแล้วหัวเราะเบา ๆ เมื่อได้ยินเช่นนั้น ไฉนเลยจะจำเสียงนางผู้เป็นที่รักที่เฝ้ารอคอยอยากได้ยินมาหลายวันไม่ได้ ชายหนุ่มดันตัวลุกขึ้นนั่งช้า ๆ พลางมองเงาร่างของสึรุมารุที่อยู่หลังประตู รูปร่างของนางช่างอรชรอ้อนแอ้น เห็นเพียงเงาก็น่าหลงใหลมากแล้ว
“ฮะฮะฮะ หากไม่ใช่สึรุแล้วมาแอบดูข้าทำไมกันรึ? ไหน...เข้ามาให้ข้าดูหน้าชัด ๆ หน่อยนะ”
“มะ ไม่ได้นะ ข้าน่ะเป็น...เป็น…” หญิงสาวเม้มปาก พยายามกวาดสายตามองหาว่าจะเอาอะไรมาอ้างดี จนแล้วจนรอด ดวงตาคู่งามก็เหลือบเห็นบ่อน้ำในสวนตรงหน้าห้องเข้าพอดี “ข้าเป็นแค่ปลาในบ่อที่กลายร่างเป็นคนได้! ข้าแค่ผ่านมาเท่านั้นเอง!”
“โอ้...ข้าไม่เคยเห็นเลย มาให้ข้าเห็นหน่อยซี่...ได้ไหม?” ผู้ครองแคว้นซังโจอมยิ้มกับความน่ารักของหญิงสาวที่ตนรักพลางมองเงาด้านนอกที่ท่าทางลุกลี้ลุกลนนิด ๆ
“ข้าให้เจ้าเห็นไม่ได้หรอกนะ...ไม่งั้นข้าก็จะกลับไปเป็นปลาน่ะสิ!” คนที่สวมรอยเป็นปลายังคงหาข้ออ้างต่อไป เขินอายที่ถูกจับได้ว่าแอบมอง อีกอย่างคือนางยังรู้สึกสับสนในใจไม่กล้าพบหน้าเขา
“ฮะฮะฮะ งั้นข้าจะปิดตาก็ได้นะ”
“...หากเจ้าไม่ได้เห็นข้าแล้วจะให้ข้าเข้าไปหาทำไมกันเล่า?”
“อยากได้ยินเสียงใกล้ ๆ น่ะ” มิคาสึกิยังคงหัวเราะอยู่เช่นเคย ทอดมองร่างเพรียวบางที่ยืนอยู่นอกประตู ใจจดจ่อรอให้นางยอมเข้ามาในห้องเสียที สึรุมารุถอนหายใจช้า ๆ ทั้งใบหน้าร้อนเรื่อแล้วจับขอบประตูไว้
“เช่นนั้น...เจ้าปิดตานะ” เมื่อมิคาสึกิส่งเสียงขานรับ นางจึงค่อย ๆ แง้มประตูแอบดู เห็นเขาใช้สองมือยกปิดตา ท่าทางน่ารักไม่น้อยแล้วจึงเดินเข้าไปในห้อง “ห้ามแอบดูนะ…”
“อื้ม ๆ ข้ามองอะไรไม่เห็นเลยล่ะ” ชายหนุ่มหัวเราะน้อย ๆ ขณะที่สึรุมารุนั่งลงตรงหน้า ดวงตาสีทองคู่สวยหลุบลงมองช่วงท้องของเขาที่มีผ้าพันแผลพันเอาไว้อย่างรู้สึกผิด จริงอยู่มันไม่ใช่นางที่ก่อเรื่อง...แต่นางอาจเป็นต้นเหตุก็ได้นี่นา
“ข้าอยู่ตรงหน้าเจ้านี่แล้ว มิกะ…” เสียงหวานเอ่ยพลางเอื้อมมือไปลูบแก้มชายหนุ่มอย่างแผ่วเบา เรียกรอยยิ้มน้อย ๆ ให้คลี่ทับลงบนริมฝีปากได้รูป
“ดีใจที่เจ้ามาหานะ...”
“อื้ม...ข้ามาหาแล้ว เจ้าก็ต้องรีบหายดีนะ เข้าใจไหม?” หญิงสาวอดยิ้มน้อย ๆ อย่างโล่งใจไม่ได้ยามเห็นรอยยิ้มและท่าทางสบาย ๆ ของมิคาสึกิ จริงแล้วอย่างอิชิคิริมารุว่า เขาไม่ได้เป็นอะไรมาก
“ฮะฮะฮะ...อื้ม ข้าจะรีบหายเพื่อภรรยาสุดที่รักของข้านะ” สึรุมารุหน้าแดงเรื่อ นึกอยากจะเถียงว่ายังไม่ใช่ภรรยาเสียหน่อย หากแต่ก็เปลี่ยนใจแล้วเลื่อนใบหน้าไปจูบริมฝีปากอุ่นเบา ๆ อย่างนุ่มนวล มิคาสึกิยิ้มน้อย ๆ พร้อมกับกดริมฝีปากตอบนางแน่น กระทั่งสึรุมารุได้สติจึงผละออกมา
“ฮะฮะฮะ ปลาตัวนี้ลามกจัง…” ชายหนุ่มเอ่ยหยอกล้อโดยที่ยังไม่ได้เปิดตา กระเรียนขาวหน้าแดงเรื่อ เพราะเห็นภาพน่ารัก ๆ ของมิคาสึกินางจึงเผลอตัวไปแท้ ๆ
“เจ้าเองก็เถอะ...ทำเช่นนี้ภรรยาจะไม่ว่าหรือ?”
ผู้ครองแคว้นซังโจหัวเราะน้อย ๆ ยามได้ยินเช่นนั้น “อื้มม...ข้าว่าคงไม่ว่าหรอก เนอะ?”
“ข้าไม่รู้นางด้วยหรอกนะ...ถึงเวลาพักผ่อนของเจ้าแล้ว ข้าควรไปดีกว่า” หญิงสาวมุ่ยหน้าแดงเรื่อเอ่ยก่อนจะดันตัวลุกขึ้น หากทว่ายังไม่ทันจะขยับกายไปไหนก็ถูกวงแขนแกร่งรวบเอวบอบบางไว้ก่อน ร่างเพรียวเซถลา ล้มลงในอ้อมกอดของคนที่สะดุ้งนิด ๆ เพราะถูกแผลแต่ก็ยังคงหลับตายิ้มไม่รู้ร้อนรู้หนาว
“ไหนขอข้าสูดดมกลิ่นกายเจ้าหน่อยสิ” สึรุมารุหน้าแดงก่ำยิ่งกว่าเก่าทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น ปลายจมูกของมิคาสึกิกดแนบลงมาบนลำคอ สูดกลิ่นหอมที่แสนคิดถึงโดยไม่รอคำตอบรับหรือปฏิเสธอีกต่อไป
“อื๊ออ!” กระเรียนสาวหยีตานิด ๆ มือเรียวดันไหล่กว้างเอาไว้คล้ายจะให้ปล่อยด้วยความเขินอาย “กลิ่นปลามันเหม็นคาวนะ!”
“ฮะฮะฮะ กลิ่นปลาอะไรกัน...หอมจริง ๆ” เสียงทุ้มหัวเราะเบาชิดริมหู ซุกไซ้ปลายจมูกดมดอมไปทั่วซอกคอขาวนวลจนคนบนตักต้องดิ้นขยุกขยิกไปมาด้วยความจักจี้
“ฮะฮะฮะฮะ เป็นร่างกายที่หอมจริงนะ กลิ่นเดียวกับภรรยาของข้าเลย อื้มมม ตรงนี้ก็ใช่นะ” เอ่ยพลางก้มลงคลอเคลียเนินอกอิ่มที่อยู่ใต้อาภรณ์แล้วไล่เรื่อยลงไปยังหน้าท้องแบนราบ ขณะมือซุกซนก็เริ่มปลดคลายโอบิและรั้งดึงชุดหญิงสาวที่กำลังดิ้นขลุกขลักลงช้า ๆ
“ยะ อย่าสิ…” สึรุมารุร้องค้าน พยายามดันศีรษะเขาให้ผละออก แต่ดูเหมือนจะไม่ค่อยได้ผลนัก “มิคาสึกิ พักผ่อนได้แล้วน่า…”
“หืมม...ข้ายังไม่ชื่นใจเลยนะ”
“แล้วเจ้าจะชื่นใจไปถึงเมื่อไหร่กันเล่า!”
“ฮะฮะ ไม่รู้สิ ข้าคิดถึงเจ้านะ” ชายหนุ่มหัวเราะเบา ๆ ใช้นิ้วแยกชุดงามออกจากกันแล้วพรมจุมพิตลงบนหน้าท้องขาวนวลอย่างแผ่วเบา พลางสูดกลิ่นกายหอมระรื่นที่โหยหามานานหลายวัน น่ากลัวเขาจะเสพติดสึรุมารุเข้าเสียแล้ว มือใหญ่หากแต่อ่อนนุ่มด้วยไม่เคยต้องงานหนักลูบไล้ไปตามผิวบางนุ่มนิ่ม
“มิกะบ้า…” ค้อนทั้งใบหน้าแดงก่ำ แต่สุดท้ายก็ยอมให้ชายหนุ่มได้สัมผัสสูดดมตามใจชอบ เพราะใจนางเองก็เฝ้าคิดถึงเขามาตลอดไม่ต่างกัน
“ข้าชอบกลิ่นนี้จริง ๆ นะ...หอมยั่วยวนข้าดีจัง” จันทร์เสี้ยวแห่งซังโจยิ้มบาง ๆ พร้อมกับพลิกร่างบนตักให้ลงไปนอนบนฟูกแทนที่แล้วลืมตาขึ้นช้า ๆ สึรุมารุสะดุ้งเฮือกรีบยกมือปิดตาเขาไว้ด้วยความเขินอายไม่อยากให้เห็นใบหน้าในตอนนี้ทันที
“ขะ...ข้าบอกว่าห้ามมองไง!”
“ฮืมม...” คนด้านบนหัวเราะน้อย ๆ เมื่อได้ยินเช่นนั้นก่อนจะเลื่อนมือขึ้นนวดเฟ้นบนทรวงอกนิ่มที่ให้สัมผัสชวนคิดถึงนัก จนหญิงสาวต้องหลับตาปี๋แทน “ขนาดเดียวกับของภรรยาข้าเลยนะ...นุ่มมาก ๆ ล้นมือข้าเลยเชียว”
“ลามก! ปล่อยเลยนะ!”
“ฮะฮะ ไหนดูซิ...มีส่วนไหนที่เหมือนภรรยาข้าอีกนะ?” มิคาสึกิยิ้ม หากแต่สึรุมารุกลับเห็นรอยยิ้มนั้นเป็นรอยยิ้มที่สุดแสนจะร้ายกาจของจันทร์เสี้ยวเอาแต่ใจ มือใหญ่เลื่อนลูบลงผ่านหน้าท้องลงไปกุมส่วนล่างอ่อนนุ่ม ทำเอานางตกใจเผลอปล่อยมือมาดันแขนเขาเอาไว้แต่ชายหนุ่มก็ไม่ได้สะทกสะท้านแต่อย่างใด “อืมม ตรงนี้ยิ่งเหมือน”
“มิกะ..ปล่อยข้านะ” ใบหน้างดงามแดงเรื่อจนแทบไม่เห็นผิวขาวจัดเพราะความร้อนจากฝ่ามือที่แนบลงมา พยายามใช้มือที่แทนสิ้นแรงผลักไสให้คนดื้อดึงยอมปล่อย
“หืมม...เริ่มหลงข้าเข้าแล้วสินะ ปลาน้อย” ตามด้วยเสียงหัวเราะตามแบบฉบับของเจ้าตัวจนสึรุมารุชักอยากจะตบตีเสียหลาย ๆ ทีให้หายซน
“เปล่านะ! เจ้าก็มีภรรยาของเจ้าแล้วมิใช่รึ!”
“ฮะฮะฮะ เจ้าตอบสนองดีเหมือนภรรยาข้าเลยนี่นา”
“มิกะ...เจ้าบ้า” สาวงามรู้สึกอับจนคำพูดโต้ตอบ ได้แต่ยกมือขึ้นปิดหน้าแดงก่ำ ขณะที่มิคาสึกิลืมตาขึ้นช้า ๆ แล้วยิ้มพราวอย่างชอบใจพลางขยับมือลูบส่วนล่างบอบบาง เสียงครางหวานหลุดรอดจากริมฝีปากสีเรื่อ แม้เขินอายหากแต่นางกลับไม่ขัดขืน ทำเอาเขาอดคิดไม่ได้ว่าช่างน่ารักน่าชังเสียนี่กระไร มือใหญ่สอดเข้าไปใต้ผ้า ถูคลึงกลีบสาวอ่อนนุ่มก่อนจะค่อย ๆ สอดนิ้วแทรกเข้าไปช้า ๆ
“ฮะฮะฮะฮะ นิ้วข้ากำลังสำรวจตรงนี้ของปลาน้อยล่ะ” มิคาสึกิหัวเราะอารมณ์ดีกวาดนิ้วไปสัมผัสทั่วผนังเนื้ออ่อน ขณะที่สึรุมารุกัดฟันกรอด
“อื๊อออ...พอกันที ข้าไม่ใช่ปลาน้อยนะ!” เสียงหวานร้องลั่นทั้งใบหน้าแดงก่ำโดยที่จับจ้องร่างด้านบนด้วยแววตาขุ่น ๆ แม้นางจะเป็นคนเริ่มกุเรื่องนี้ขึ้นมาก็ตามที
“อะไรกันคนดี โกหกไม่ไหวแล้วหรือ?” จันทร์เสี้ยวคลี่ยิ้มเอ่ยหยอกเย้า ควานนิ้วไปทั่วช่องทางที่ชุ่มไปด้วยน้ำ
“อ๊าา! ข้าแค่ไม่อยาก...ได้ยินเจ้าพูดถึงคนอื่น..ในขณะเล่นสนุกกับร่างกายข้า อื๊มม! แม้นั่นเป็นแค่เรื่องล้อเล่นก็ตาม…”
“หืม...หึงหวงแม้กระทั่งเรื่องราวที่เจ้าแต่งขึ้นมาเองกระนั้นรึ? ช่างเป็นเด็กไม่ดีเอาเสียเลยนะ” มิคาสึกิยิ้มพริ้ม มองร่างกายบอบบางตรงหน้าที่เกร็งอยู่ไม่น้อย พวงแก้มขาวนวลดุจหิมะแรกแดงเรื่อ ก่อนจะขยับนิ้วเสียดสีเข้าออกในช่องทางร้อนเร็วขึ้นอีกกระตุ้นให้นางขาดใจ
“อ๊าาา! ใช่สิ! ข้ามันเด็กไม่ดี!” สึรุมารุสะดุ้งแอ่นเอวขึ้นตามแรงเสียวซ่าน คนเอาแต่ใจมองริมฝีปากบางที่ถูกกัดระบายอารมณ์แล้วหัวเราะเบา ๆ พลางดันนิ้วเข้าไปลึกสุด กดขยี้ลงกับจุดอ่อนไหวเต็มแรง
“น่าจับทำโทษนัก…” เอ่ยเพียงเท่านั้นก่อนจะถอนนิ้วออกมาและจับแกนกลางร่างกายที่ตื่นตัวเต็มที่สอดใส่เข้าในกลีบรุ่มร้อนทันทีมิรั้งรอ จนกระเรียนสาวต้องหลับตาปี๋ มิคาสึกิวางมือลงค้ำกับฟูกพลางยิ้มน้อย ๆ มองว่าที่ภรรยาผู้ซึ่งทอดกายอยู่ใต้ร่าง “สมใจเจ้าแล้วใช่ไหม?”
“อาา...พูดเรื่องอะไรของเจ้าน่ะ” ดวงตาคู่งามมองค้อน หากแต่ขยับกายรับตัวตนของเขาเข้าไปจนมิดด้าม มิคาสึกิแย้มยิ้มอ่อนโยนพลางใช้หลังมือเกลี่ยแก้มนวลก่อนจะจับเรียวขาขาวนวลขึ้นพาดบ่าแล้วจุมพิตเบา ๆ
“ฮะฮะฮะฮะ ก็เจ้าเข้ามายั่วยวนข้าถึงที่นี่เลยมิใช่รึ? คนงาม...ไม่ใช่ว่าเจ้าต้องการให้ข้ารักหรือ?”
“คนที่เรียกข้าเข้ามาแล้วกกกอดมิให้ไปไหนคือเจ้ามิใช่รึ!? อื๊มมมม!”
เอ่ยค้านได้เพียงเท่านั้นก่อนที่มิคาสึกิผู้มีรอยยิ้มอ่อนโยนประดับบนใบหน้ามิคลายจะเริ่มขยับร่าง เสียดสีความเป็นชายเข้ากับช่องทางร้อนเร่าที่เกร็งรัดแน่นทุกจังหวะ สึรุมารุหลับตาปี๋ กำฟูกนอนใต้ร่างไว้แน่นระบายอารมณ์ที่เริ่มเตลิดตามบทรักแสนนุ่มนวลหากแต่เต็มไปด้วยความเสียวซ่าน
“อืมม...ดูเจ้าต้องการข้ามากขนาดนี้...ตั้งแต่ที่เข้ามาหาข้าแล้วใช่ไหม?” จันทร์เสี้ยวแห่งซังโจเอ่ยยิ้ม ๆ ไล้หลังมือไปตามพวงแก้มขาวที่แดงเรื่อชื้นไปด้วยหยาดเหงื่อแห่งปรารถนาพลางขยับเอวกดแก่นกายเข้าไปลึกอย่างเชื่องช้า
“ข้าเปล่า...นะ! อื๊มมม!” หญิงสาวหน้าแดงก่ำ หลับหูหลับตาเอ่ยค้านก่อนจะตามมาด้วยเสียงครางหวานทำเอาคนขี้แกล้งอดหัวเราะไม่ได้
“ร่างกายสวย ๆ ของเจ้าเป็นถึงขนาดนี้แล้ว...ยังจะปฏิเสธอีกรึ? หืมม” ร่างด้านบนโน้มตัวลงกระซิบและตวัดเลียข้างใบหูร้อนผ่าวกระตุ้นอารมณ์นางจนรู้สึกได้ถึงแรงตอดรัดที่หนักมากขึ้นจนอดไม่ไหวต้องขยับกระแทกเข้าไปอีก เรียกเสียงร้องครางกระเส่าจากคนงามได้เป็นอย่างดี
“อาา...มิกะ...มิกะ…” สึรุมารุปรือตาขึ้นนิด ๆ ขณะริมฝีปากยังเผยอหอบหายใจด้วยถลำลึกตามอารมณ์ร้อนแรงของชายหนุ่มจนเกิดถอนตัวไม่ขึ้น วงแขนเรียวขาวยกขึ้นโอบกระหวัดรอบคอคนด้านบน ยกเอวขยับกระแทกสวนตอบไปหนัก ๆ
“อืมม...สึรุ...อย่ายั่วยวนข้านักซี่” มิคาสึกิกระตุกยิ้มพึงพอใจยามรู้สึกได้ถึงแรงกระแทกก่อนจะรวบเอวบางรั้งร่างนางขึ้นมาบนตัก บดเบียดแผ่นอกเข้าแนบชิดสองถันอ่อนนุ่มแล้วขยับกายเร่งจังหวะให้หนักหน่วงมากขึ้นอีก พลางกดริมฝีปากซุกไซ้ไปตามซอกคอขาวนวลเนียน เม้มประทับฝากรอยรักไว้อย่างเป็นเจ้าของ
“อาาาา! มิกะ...มิกะของข้า!” ใบหน้าหวานเงยขึ้นหอบหายใจ ขณะปล่อยวงแขนกระชับแน่นกับร่างแกร่ง ขยับกายตอบรับแรงเร่าร้อนอย่างหนักหน่วง
“อื้มมม...สึรุ ช้าลงหน่อย เดี๋ยวข้าก็ทนไม่ไหวเอาหรอก…” เสียงทุ้มหัวเราะอ่อนหวาน กระชับกอดนางให้แนบแน่นขณะเร่งจังหวะเข้าเต็มที่เป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะกัดฟันปลดปล่อยเข้าไปในร่างบอบบางที่เกร็งตัวปลดปล่อยออกมาพร้อมกันเมื่อถึงจุดสุดยอด
กระเรียนขาวหอบหายใจถี่ก่อนจะซุกลงกับไหล่กว้างแล้วกระชับกอดแน่น มิคาสึกิลูบผมสีพิสุทธิ์อ่อนนุ่มเบา ๆ ขณะไล่จูบไปตามลาดไหล่ก่อนจะรู้สึกได้ถึงแรงสะอื้นจึงต้องชะงักผละออกมานิด ๆ
“สึรุมารุ...เจ้าร้องไห้หรือ?” หญิงสาวที่ซุกอยู่ตรงไหล่ยังคงส่ายหัวไม่ยอมเงย เห็นดังนั้นจันทร์เสี้ยวผู้งดงามก็ขมวดคิ้วมุ่น คลายอ้อมกอดแล้วใช้สองมืออบอุ่นประคองใบหน้าของนางขึ้นมาช้า ๆ เห็นดวงตาสีทองแดงเรื่อ หยาดน้ำตาย้อยหยดอาบเต็มพวงแก้มนวล ทำให้หัวใจของเจ้าครองแคว้นซังโจกระตุกวูบ
“ร้องไห้ด้วยเหตุใด...ยอดรักของข้า บอกสามีเจ้าหน่อยได้หรือไม่?” มิคาสึกิยิ้มปลอบโยน ประทับจูบซับน้ำตาที่ซึมไหลขณะลูบปลายนิ้วไปตามแก้มนางอย่างแผ่วเบา
“ข้า...ข้าเป็นตัวกาลกิณี…” สึรุมารุเอ่ยเสียงสะอื้น แล้วซุกใบหน้าลงกับอกกว้าง “ใครที่ได้ตัวข้าไป...ย่อมต้องพบกับจุดจบโศกนาฏกรรม...มิคาสึกิ…”
“โอ...ข้าไม่ได้พบกับโศกนาฏกรรมเสียหน่อย กระเรียนน้อยของข้า” มือใหญ่อบอุ่นลูบหัวปลอบนางเบา ๆ ขณะแขนอีกข้างโอบกระชับร่างบอบบางไว้อย่างอ่อนโยน “ดูสิ...ข้ามิได้เป็นอะไร ร่วมรักกับเจ้าได้ด้วยซ้ำ”
“แต่เจ้าก็บาดเจ็บ...เกือบถึงตาย” หญิงสาวเงยหน้าขึ้นร้องค้าน ก่อนจะเม้มปากยามต้องเอ่ยสิ่งที่ปวดใจที่สุด “...เจ้าเป็นคนแรก ที่ข้าไม่นึกอยากให้เป็นอะไรไป...มิคาสึกิ...มิคาสึกิ...ข้ารักเจ้า! รักเจ้าอย่างถอนตัวไม่ขึ้น! นับแต่คืนแรกที่ได้สมยอมกับเจ้า!”
จันทร์เสี้ยวแห่งซังโจยิ้มบางยามได้ยินเช่นนั้นก่อนจะก้มลงจูบประทับบนริมฝีปากบางอย่างแผ่วเบา หากแต่กดค้างเอาไว้เนิ่นนาน...สึรุมารุเบิกตากว้าง ทำนบน้ำตาพังทลายก่อนจะโผเข้ากอดร่างสููงไว้แล้วจูบตอบแน่น ๆ
ไม่จำเป็นต้องเอื้อนเอ่ยอันใด...เพียงจูบนี้...สัมผัสนี้...นางก็ได้คำตอบทั้งหมด…
มิคาสึกิจะอยู่เคียงข้างนางไป...ตราบจนวาระสุดท้ายของชีวิต และไม่ว่าจะต้องพบเจอโศกนาฏกรรมอันใด เขาก็จะไม่ทอดทิ้งนางอย่างแน่นอน…
เท่านี้...ก็มากพอสำหรับกระเรียนขาวที่ไร้ค่าเช่นนางแล้ว
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น