หน้าเว็บ

วันเสาร์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2560

One Shot : ของขวัญแก่ดาบเลียนแบบ (KuriNba)

Title : ของขวัญแก่ดาบเลียนแบบ
Pairing : โอคุริคาระ x ยามัมบะกิริ คุนิฮิโระ
Rate : ทั่วไป


““น้องชาย! ยินดีด้วยกับวันครบรอบได้รับเลือกเป็นสมบัติวัฒนธรรม!””

ยามัมบะกิริ คุนิฮิโระสะดุ้งขึ้นน้อย ๆ เมื่อเปิดประตูเข้ามาในห้องแล้วถูกพี่ชายทั้งสองโผเข้ากอดอย่างไม่ทันตั้งตัว จิตวิญญาณดาบเลียนแบบกะพริบตาปริบด้วยความงุนงง

“พี่...นี่มันเรื่องอะไรกัน”

“นายท่านบอกว่าวันนี้เป็นวันครบรอบที่น้องได้รับเลือกเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมของญี่ปุ่นน่ะ ในฐานะที่น้องเป็นดาบเล่มแรกของนายท่านด้วย ก็เลยอยากจะให้ของขวัญ” ยามาบุชิกับโฮริคาวะผละออกไปเล็กน้อยแล้วหยิบซองจดหมายเล็ก ๆ ยื่นให้กับน้องชายที่รับไปด้วยสีหน้าไม่เข้าใจเต็มที่

“ของขวัญ…?” พี่ชายทั้งสองอมยิ้มไม่ตอบอะไรก่อนจะพากันวิ่งออกไปจากห้องโดยทิ้งให้ยามัมบะกิริยืนงงอยู่กับซองจดหมายในมือตามลำพัง

นี่มัน...อะไร

จิตวิญญาณดาบในร่างชายหนุ่มก้มลงมองของที่ได้รับมาแล้วจึงตัดสินใจแกะเปิดดู ในซองนั้นมีเพียงแค่กระดาษแผ่นเล็กเท่าฝ่ามือ เขียนข้อความไว้ด้วยหมึกพู่กันเพียงสั้น ๆ ว่า ‘ไปที่ห้องใต้หลังคา’ อยู่เพียงแผ่นเดียว ไม่ว่าจะพินิจมุมใดก็มิอาจคิดได้ว่าเป็นของขวัญ

หรือนายท่านจะเล่นซนอะไรอีก...นั่นเป็นความคิดแรกและความคิดเดียวที่ปรากฏขึ้นมาในหัวของยามัมบะกิริ จะอย่างไรเสียเขาเป็นดาบที่อยู่มานานที่สุดของฮงมารุแห่งนี้ พอจะเข้าใจนิสัย(เสีย)ของนายท่านอยู่บ้าง

ใจจริงก็ไม่อยากพาตัวเองไปข้องเกี่ยวกับเรื่องยุ่งยากหรอก แต่ขืนไม่ยอมเดินตามกระดานที่นายท่านวางไว้ เห็นท่าจะต้องประสบปัญหาที่ใหญ่หลวงยิ่งกว่าเดิม

เอาก็เอา…

ยามัมบะกิริกระชับผ้าคลุมให้ลงมาปิดบังใบหน้ามิดชิดขึ้นก่อนจะออกเดินไปยังห้องใต้หลังคาตามที่กระดาษแผ่นนั้นสั่ง ถ้าจำไม่ผิด ห้องใต้หลังคาที่ว่านั่นจะเป็นที่กบดาน-- อย่างน้อยเขาก็คิดว่ามันเรียกได้ว่าเป็นที่กบดานของ…

“อ้าว ยามัมบะกิริหรือ มาได้จังหวะพอดีเลย”

“ยะเก็น โทชิโร่…” จิตวิญญาณดาบเลียนแบบเลิกคิ้วน้อยเหมือนจะถามไปด้วยในตัวว่ามาได้จังหวะพอดีกับอะไร ยะเก็นหยิบขวดยาเล็ก ๆ ที่วางอยู่บนโต๊ะยื่นให้เขาทั้งรอยยิ้ม

“ฝากนั่นไปให้โชคุไดคิริที่ห้องครัวทีนะ แล้วก็...สุขสันต์วันครบรอบได้รับเลือกเป็นสมบัติวัฒนธรรม”

แม้คิดว่าวัตถุปริศนาชนิดนี้ไม่ควรเข้าไปอยู่ในครัว แต่ยามัมบะกิริก็ไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากพยักหน้ารับคำอย่างงุนงงแล้วเดินไปตามที่ยะเก็นร้องขอ เขาชะโงกหน้าไปตรงประตู เห็นโชคุไดคิริกำลังง่วนอยู่กับการเตรียมมื้อเย็นจึงส่งเสียงเรียก

“สายัณห์สวัสดิ์ ยามัมบะกิริคุง! อ้อ ยะเก็นคุงฝากมาสินะ ขอบคุณมาก”

“มันคืออะไรหรือ…” สุดท้ายก็อดไม่ได้ต้องออกปากถาม ดวงตาสีน้ำทะเลจ้องมองของเหลวปริศนาในขวดแก้วด้วยท่าทีไม่วางใจสุด ๆ แม้เขาจะเคยได้ยาของยะเก็นช่วยไว้หลายครั้ง แต่ก็ไม่อยากคาดเดาสักเท่าไรว่ามีดสั้นของโอดะ โนบุนากะเล่มนั้นจะสามารถผลิตยา...หรือสิ่งที่คล้ายคลึงแต่มิใช่ยาชนิดไหนออกมาได้บ้าง

“วัตถุปรุงรสน่ะ...จะว่าแบบนั้นก็ได้” โชคุไดคิริหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะก้มลงหยิบสิ่งที่วางอยู่บนโต๊ะเตรียมอาหารส่งให้คนตรงหน้า “ขอโทษที่ต้องรบกวน ยามัมบะกิริคุง...วานช่วยเอาเชือกนี่ไปให้คุณสึรุที่ห้องนั่งเล่นทีสิ จริงด้วย สุขสันต์วันครบรอบที่เธอได้รับเลือกเป็นสมบัติวัฒนธรรมนะ!”

“...?”

เชือกกับสึรุมารุ...สมการที่เข้ากันได้แต่ไม่ควรจับคู่กันที่สุดโคจรมาเจอกันแล้วสินะ ยามัมบะกิริเผลอเอาคำแปลก ๆ ที่มีเขียนไว้ในสิ่งที่เรียกว่า ‘หนังสือเรียน’ ของนายท่านมาใช้ในใจอย่างไม่รู้ตัว แต่กระนั้นเขาก็เดินถือเชือกขดนั้นไปที่ห้องนั่งเล่นอย่างไม่มีปากเสียง

“โอ้! มาแล้วรึ มาแล้วรึ!” สึรุมารุที่นอนกินเซมเบ้ดู ‘โทรทัศน์’ อยู่ร้องขึ้นก่อนจะกลิ้งตัวมารับเชือกไปจากมือเขาแทบจะทันทีที่ได้ยินเสียงร้องเรียก “เหมาะเลยทีเดียว ไม่เลวเลยเจ้าหนูมิทสึ...ยามัมบะกิริ ข้ามีเรื่องจะขอให้ช่วยที”

ดาบอาวุโสเอ่ยพลางโยนเชือกไปไว้ข้างจานเซมเบ้ของตนก่อนจะหยิบถุงอาหารแมวมาส่งให้คนที่ยังทำหน้างงไม่หาย “เอานี่ไปให้อิมะโนะสึรุงิที่ใต้ต้นซากุระ ฝากด้วยล่ะ สุขสันต์วันครบรอบได้รับเลือกเป็นสมบัติวัฒนธรรมนะ!”

พูดเท่านั้นก่อนจะหอบเชือกวิ่งออกจากห้องไป ปล่อยให้ยามัมบะกิริได้แต่ก้มมองถุงอาหารแมวอย่างเต็มไปด้วยคำถาม อิมะโนะสึรุงิจะเอาอาหารแมวไปทำอะไรกันนะ ถึงแม้จะไม่ได้รับคำตอบ เขาก็ยอมเดินตามที่สึรุมารุว่า ไปยังใต้ต้นซากุระที่อิมะโนะสึรุงิกำลังเล่นสนุกอยู่

“อ๊ะ คุณยามัมบะกิริ!” เจ้าตัวที่เห็นเขารีบกระโดดลงจากกิ่งไม้ใหญ่ แต่จะด้วยเพราะกะพลาดหรือลมแรงอะไรก็ตามแต่ ทำให้ร่างเล็ก ๆ นั้นหล่นอั่กลงมาทับยามัมบะกิริพอดิบพอดีจนต้องลงไปกองกับพื้นทั้งคู่

“ขะ ขอโทษครับคุณยามัมบะกิริ! อ๊ะ อาหารแมว!” มีดสั้นหนึ่งเดียวของซังโจร้องขึ้นพร้อมกับดึงถุงอาหารแมวออกมาจากมือยามัมบะกิริ

“ว่าแต่...จะเอาอาหารแมวนั่นไปทำอะไร” คนสวมผ้าคลุมพยายามรวบรวมกำลังหลังถูกกระแทกไม่ออมแรงเพื่อเค้นเสียงเอ่ยถาม ซึ่งอิมะโนะสึรุงิก็กะพริบตาปริบ ๆ

“ก็เอาไปให้แมวน่ะสิครับ” พอได้คำตอบเช่นนั้นยามัมบะกิริก็สำนึกได้ว่าไม่น่าถามเลย...อาหารแมวคงจะเอาไปให้เป็ดกินมั้ง “จะว่าไปคุณยามัมบะกิริ...”

ดาบอาวุโสในร่างเด็กน้อยทำหน้านึกได้ มือล้วงหยิบบางอย่างออกมาจากใต้เสื้อ “ข้าเจอนี่หล่นอยู่...ฝากเอาไปคืนคุณโอคุริคาระที่ห้องทีนะครับ!”

“หืม...นี่มัน” ยามัมบะกิริที่แบมือรับของสิ่งนั้นมากะพริบตาด้วยความงุนงง “สร้อยของโอคุริคาระ?”

ก็แปลกอยู่ เพราะปกติเจ้านั่นแทบไม่ยอมให้สร้อยนี่ห่างตัว เหมือนที่เขาไม่เคยให้ผ้าคลุมหลุดไปอยู่ในมือใครทั้งสิ้น แต่แม้จะรู้สึกเช่นนั้น ยามัมบะกิริก็ไม่รู้ว่าจะเอ่ยปากถามไปเพื่ออะไรจึงแค่พยักหน้า

“ขอบคุณนะครับคุณยามัมบะกิริ” อิมะโนะสึรุงิยิ้มเผล่ มือกอดถุงอาหารแมวไว้ให้ถนัดพร้อมกับส่งเสียงไล่หลังมาเมื่อยามัมบะกิริก้าวเดินต่อไปยังปลายทาง “สุขสันต์วันครบรอบได้รับเลือกเป็นสมบัติวัฒนธรรมคร้าบบ!”

สมบัติทางวัฒนธรรมงั้นหรือ วันนี้เขาได้ยินคำนั้นกี่ครั้งแล้วก็ไม่รู้...ทั้งที่ตนเองก็ไม่ได้รู้สึกภาคภูมิใจอะไรเป็นพิเศษ อย่างไรเสียก็เป็นแค่ของเลียนแบบของยามัมบะกิริ โชงิอยู่ดีนี่นา

ไม่ได้น่ายินดี ไม่ได้น่าภูมิใจสักนิด

“โอคุริคาระ” จิตวิญญาณดาบของคุนิฮิโระหยุดอยู่ตรงหน้าห้องที่เขาคุ้นเคยอยู่ในระดับหนึ่ง เพราะเคยมาอาศัยนอนค้างอยู่บ่อย ๆ พลางเอ่ยเรียก แอบฉงนใจเล็กน้อยกับความเงียบผิดปกติรอบบริเวณ

ปกติต้องมีเสียงเมี้ยว ๆ ดังอยู่แถวนี้ไม่ใช่เหรอ…

“คุริคาระ” ยามัมบะกิริเรียกซ้ำเพราะเจ้าของห้องไม่ยอมตอบ หรือว่าจะไม่อยู่ก็ไม่ทราบ เพื่อความแน่ใจเขาจึงตัดสินใจถือวิสาสะเปิดประตู

ว่างเปล่า…

ไม่มีคนอยู่ นัยน์ตาสีน้ำทะเลหลุบลงมองสร้อยในมืออย่างลังเลว่าควรจะกลับมาอีกครั้งทีหลังดีหรือไม่ ทว่าขณะที่กำลังจะก้าวเท้าเดินออกจากห้อง หูก็พลันได้ยินเสียงประหลาดดังขึ้นก่อน

ยามัมบะกิริหันกลับมา ขมวดคิ้วมองรอบห้องว่ามีอะไรอยู่หรือไม่ “คุริคาระ…อยู่หรือ?” เท้าค่อย ๆ ก้าวกลับเข้าไปในห้อง ส่งเสียงเรียกอีกครั้งอย่างไม่แน่ใจว่าเสียงที่ได้ยินเกิดจากคนทำ แมวทำ หรือพลังงานลึกลับทำ…

เสียงกุกกักดังมากขึ้นเมื่อยามัมบะกิริเดินเข้าไปใกล้ตู้เก็บของ เรียวคิ้วขมวดเข้าหากันด้วยความข้องใจ ก่อนจะตัดสินใจเปิดตู้นั้นออก

“โอคุริคาระ!?”

ดวงตาสีน้ำทะเลเบิกกว้างเพราะภาพที่เห็นช่างชวนให้ตกใจเสียยิ่งกว่าเห็นสึรุมารุนั่งสงบเสงี่ยมเรียบร้อย หรือนายท่านลุกออกจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ (ตามที่นายท่านเรียก) เสียอีก

โอคุริคาระนอนอยู่ที่ตู้ชั้นล่าง โดยที่มือ เท้า และปากถูกมัดเอาไว้แน่น ดวงตาสีทองฉายแววอยากฆ่าคนเต็มที่ แต่ยามัมบะกิริก็ทำได้เพียงกล้ำกลืนความหวั่นใจจากจิตสังหาร ช่วยดึงเจ้าของห้องออกมาและแก้มัดให้พลางถามไปด้วย

“ใครทำแบบนี้น่ะ?”

จิตวิญญาณดาบของดาเตะกำลังจะอ้าปากตอบ ทันใดนั้นประตูห้องที่เปิดอ้าไว้ก็ถูกปิดเสียงดังโครม...ในห้องมืด ๆ เหลือเพียงยามัมบะกิริกับโอคุริคาระที่นั่งค้างอยู่

“ดะ...เดี๋ยวสิ!” คนสวมผ้าคลุมเหงื่อตก รีบถลาลุกไปจะเปิดประตู แต่ปรากฏว่าไม่ว่าจะขยับ จะเลื่อนอย่างไรก็เปิดไม่ได้ นี่เขากำลังโดนแกล้งอะไรอยู่เนี่ย

“คุนิฮิโระ…” เสียงราบเรียบของโอคุริคาระที่คล้ายจะปลงกับเหตุการณ์แบบนี้แล้วเรียกให้เจ้าของนามหันกลับไป มังกรหนุ่มถอนหายใจเฮือก มือใหญ่ตบลงบนเสื่อทาทามิข้างตัวเหมือนบอกให้มานั่ง

ซึ่งยามัมบะกิริก็เดินคอตกไปนั่งอย่างเลี่ยงไม่ได้

“นี่มันอะไรกัน…” เมื่อขยับตัวได้ที่ ชันขาขึ้นนั่งกอดเข่าเรียบร้อยตามประสาเด็กมองโลกในแง่ร้ายแล้วดาบเลียนแบบก็พึมพำออกมาเบา ๆ โอคุริคาระเองก็มีท่าทางหงุดหงิดไม่แพ้กัน แต่เหมือนจะลดระดับลงจากเมื่อครู่เล็กน้อย

“เจ้าพวกนั้นวางยาแล้วจับข้ามัดขังไว้ในตู้ บอกว่าวันนี้เป็นวันครบรอบที่เจ้าได้รับเลือกเป็นสมบัติวัฒนธรรม...ก็เลยอยากให้ของขวัญ” ได้ยินคนข้างกายเอ่ยเช่นนั้น ยามัมบะกิริก็พยักหน้า คลับคล้ายคลับคลาเหมือนพี่ชายก็พูดแล้วครั้งหนึ่ง

“.....”

โอคุริคาระพูดแล้วก็เงียบไปเสียนาน ทำให้ยามัมบะกิริเริ่มไม่แน่ใจว่าอีกคนหลับไปหรือเปล่า จนต้องหันไปดู

ทว่าทันทีที่หันไป...ริมฝีปากก็ถูกช่วงชิงไปด้วยริมฝีปากอุ่นจนเกือบร้อนของคนที่ยังไม่หลับอย่างที่เขากลัว มือใหญ่ประคองใบหน้างดงามใต้ผ้าคลุมไว้ พลางกดน้ำหนักจุมพิตลงไปอีกเล็กน้อยตรึงสัมผัสก่อนจะผละออกมา

“วันครบรอบที่ได้รับเลือกเป็นสมบัติวัฒนธรรม...ยินดีด้วย”

ดาบเลียนแบบที่ได้รับเลือกเป็นสมบัติทางวัฒนธรรม...ไม่ได้น่ายินดี ไม่ได้น่าภูมิใจสักนิด ถ้อยคำอวยพรที่ได้รับมาตลอดทั้งวันไม่ได้ทำให้จิตใจของยามัมบะกิริเบิกบาน แต่กระนั้น…

ทำไมพอเป็นโอคุริคาระพูดแล้วเขาถึงดีใจกันล่ะ…

“หน้าแดงเชียวนี่…” ริมฝีปากหยักคลี่ยิ้มร้ายกาจเหมือนเช่นที่ชอบทำเวลาแกล้งเขาได้สำเร็จ ยามัมบะกิริรู้สึกตัวตอนนั้นเองว่าสองแก้มร้อนผ่าว และโอคุริคาระก็ขยับเข้ามาประชิดจนอยู่ในท่าล่อแหลมขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่

“คะ...คุริคาระ…”

“อะไร…”

“จะทำอะไรเนี่ย”

โอคุริคาระหัวเราะในลำคอเบา ๆ เมื่อได้ยินแบบนั้นก่อนจะโน้มหน้าผากลงมาแนบกับหน้าผากมน พร้อมกับมือใหญ่ที่ดึงผ้าคลุมผืนเก่าออกอย่างถือวิสาสะ

“ให้ของขวัญเจ้าไง...คุนิฮิโระ”

……..
…..
..

เหล่าผู้สมรู้ร่วมคิดสร้างสถานการณ์ที่แอบฟังอยู่หน้าห้องหันไปมองหน้ากันตาปริบ ๆ แล้วตัดสินใจลงมติเอกฉันท์โดยไร้เสียงว่าควรจะวิ่งเดี๋ยวนี้

ก่อนจะได้ยินอะไรแปลก ๆ เข้าจริง...

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น